แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

การศึกษาในพม่า ฤาจะแย่กว่าคุกไทย?

โดย ซอว์ง อู
ภาพ TSYO


ในความรู้สึกของคนทั่วไป “โรงเรียน” กับ “คุก” เป็นสถานที่ที่แตกต่างกันอย่าง สิ้นเชิง โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน แต่สำหรับ คุกนั้นตรงกันข้าม เพราะมีแต่คนภาวนาว่าในชีวิตนี้ขออย่าให้ได้เข้าไปเหยียบเลย อยู่ห่างๆ ไว้ดีที่สุด แต่จะมีใครเชื่อบ้างว่า ในหลายพื้นที่ของประเทศพม่า “การศึกษาของประชาชน ยังย่ำแย่กว่าในคุกประเทศไทยเสียอีก”

โรงเรียน OPC บ้านน้อยของเด็กหลังเขา

โดย หมอกเต่หว่า
ทิวทัศน์ภูเขาสูงสลับเรียงซ้อนตัวสวยงามตระการตา ของเมืองสามหมอกและ 1,864 โค้งที่รอให้หลายคน ไปพิชิต บวกกับวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติของผู้คนใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ใครหลายคนอยาก ไปเยือน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังภูเขาเหล่านั้นยังมี โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านอันแสนอบอุ่น ที่หยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กตัวน้อยๆ ไร้ที่พึ่ง ไร้หนทางและความหวัง ที่แห่งนี้ยังเป็นเป็นโรงเพาะเมล็ดต้นกล้านั่นก็คือเด็กๆ ให้เติบโต เป็นคนดีมีคุณภาพในอนาคต

แสงประทีปน้อยๆ บนดอยไตแลง

โดย ฮานอย
ปลายฤดูหนาวในต้นเดือนกุมภาพันธ์ แดดยามเที่ยงวันบนดอยไตแลงยังคงเพิ่มอุณหภูมิ ขึ้นเรื่อยๆ แต่บริเวณลานกว้างหน้าอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมดอยไตแลงถูกจัดให้เป็น สนามแข่งฟุตบอลที่มีท้องฟ้ารอบล้อมเป็นฉากหลัง ข้างสนามเต็มไปด้วยเด็กๆ กำลังส่งเสียงเชียร์ เพื่อนอย่างสนุกสนาน 

โรงเรียนของฉัน

ฉันเป็นประชาชนคนหนึ่งจากรัฐฉาน ประเทศพม่าที่ลี้ภัย เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันและเพื่อน ๆ พร้อมทั้งครูได้ไปค้นหาหนังสือในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย ก่อนที่เราจะไป ครูชาวต่างชาติพวกเราว่าห้องสมุด มหาวิทยาลัยที่เราจะไปถ้าเทียบกับห้องสมุดในประเทศอเมริกา แล้วก็เป็นเพียงแค่ห้องสมุดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่แล้วเมื่อเราไปถึง ฉันก็พบว่ามีนักศึกษาหลายพันคนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ในห้องที่ ตกแต่งอย่างทันสมัยนั้นมีหนังสือจำนวนมากมายวางเรียงราย อยู่ในชั้นที่สวยงาม มีที่นั่งอ่านหนังสือในห้องปรับอากาศ ซึ่งอำนวย ความสะดวกสบายให้กับคนที่มาใช้บริการ ฉันไปอ่านหนังสือที่นั่น ทุกอาทิตย์

จะเพ็ด ผู้ยืนหยัดบนเส้นทางฝันเพื่อการศึกษาของชาวลาหู่

เส้นทางแห่งความฝันของชายคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่ได้เป็นเส้นตรง บางช่วงชีวิตมีลดเลี้ยวคดเคี้ยว มีหักศอกบ้าง ขรุขระบ้าง และบางช่วงก็ต้องเปลี่ยนใช้เส้นทางอื่นในการเดินทางเพื่อจะได้ไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เส้นทางนั้นจะไกลสักแค่ไหน แต่อยู่ที่ก่อนถึงจุดหมาย เราสามารถยืนหยัดและเดินบนเส้นทางแห่งความฝันนี้ได้นานแค่ไหนต่างหาก ตามรอยฝันฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่องราวความใฝ่ฝันของจะเพ็ด เลขาธิการองค์กรพัฒนาชนชาติลาหู่ หรือ Lahu National Development Organization (LNDO)*ผู้ยืนหยัดบนเส้นทางแห่งความฝันของตนเองมาตลอด 40 ปี

โรงเรียนวัดศิริมงคล ต้นแบบโรงเรียนในฝันของเด็กพลัดถิ่น

“ผมเป็นคนไทย ส่วนเพื่อนผมเป็นคนมอญจากพม่า  ครูให้เราสองคนนั่งเรียนด้วยกัน  ผมมีหน้าที่ช่วยเพื่อนอ่านภาษาไทย เวลามีขนมเราก็แบ่งกันกิน เราเลยเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วก็เลยตั้งชื่อเล่นใหม่กันเองว่า “ด็อกเตอร์”  คนหนึ่งชื่อ“ด็อก” อีกคนชื่อ “เตอร์” ครับ”

เล่าสู่กันฟัง : ชีวิตในกรอบสี่เหลี่ยม

บางครั้งในความฝันของฉัน ฉันเคยฝันว่าฉันได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของตน บ้านเกิดที่มีแต่ความร่มรื่น ความสงบสุข กลิ่นไอของธรรมชาติ ความเขียวขจีของป่าไม้ เสียงร้องของนกนับพันชนิด เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นของผู้คนมากมาย คราบน้ำตาแห่งความปีติยินดี ในขณะนั้น ฉันเต็มไปด้วยความสุขความเป็นอิสระของชีวิต ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ที่ไม่อาจเป็นจริง เพราะอะไรนะเหรอ .. ก็เพราะว่าทุกครั้งที่ฉันตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก็ยังเห็นว่าตัวเองยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ที่ๆ มีผู้คนนับหมื่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัดในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ ซึ่งพวกเราทุกคนในนี้ก็นับวันตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่ประตูรั้วจะเปิดอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้ชีวิตอย่างอิสระ เหมือนดั่งที่พวกเราเคยหวังไว้มานานแสนนาน

ดวงดาวแห่งความฝันบนท้องฟ้ารัฐอาระกัน

ณ รัฐอาระกัน (ยะไข่) ดินแดนที่ตั้งอยู่ติดเส้นพรมแดนของประเทศบังกลาเทศ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพม่า  ยังมีเยาวชนคนรุ่นใหม่อีกจำนวนมากเปรียบเสมือนดาวดวงน้อยที่กำลังเปล่งแสงประกายบนฟากฟ้า ต้องการมีอนาคตที่สดใส แต่เพราะชะตากรรมของพวกเขาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตของตนเอง