แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 62 (พ.ย. - ธ.ค. 53) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 62 (พ.ย. - ธ.ค. 53) แสดงบทความทั้งหมด
อยากให้ได้ยินเสียงปรบมือจากท้องฟ้า
ผู้แต่ง วัน จากนิตยสาร Teen Magazine
ฉบับที่ 78 เมษายน 2552
แปลโดย Numripan
ดูหนึ่งผ่านพ้นไป ในไม่ช้า ลมเย็น ๆ ของหน้าหนาว กลับมาเยือนอีกครั้ง แล้วก็พัดผ่านไปอย่างเชื่องช้า ใบไม้ที่โดนลมหนาวพัดผ่านเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และอีกไม่นานมันก็คงร่วงหล่นลงบนพื้นดิน ค่ำคืนของ หน้าหนาวเช่นนี้เต็มไปด้วยหมอกปกคลุม ไฟฟ้าสองข้าง ทางส่องสว่างกระพริบเป็นจังหวะภายใต้แสงเหลืองนวล ของแสงไฟ
ฉบับที่ 78 เมษายน 2552
แปลโดย Numripan
ดูหนึ่งผ่านพ้นไป ในไม่ช้า ลมเย็น ๆ ของหน้าหนาว กลับมาเยือนอีกครั้ง แล้วก็พัดผ่านไปอย่างเชื่องช้า ใบไม้ที่โดนลมหนาวพัดผ่านเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และอีกไม่นานมันก็คงร่วงหล่นลงบนพื้นดิน ค่ำคืนของ หน้าหนาวเช่นนี้เต็มไปด้วยหมอกปกคลุม ไฟฟ้าสองข้าง ทางส่องสว่างกระพริบเป็นจังหวะภายใต้แสงเหลืองนวล ของแสงไฟ
บันทึกจากอิรวดี
โดย โม๋หอม
แผนที่ประเทศพม่าแบบละเอียดยิบที่พกไปพม่าเมื่อช่วงต้นปี 2553 เป็นที่ฮือฮา มากในหมู่นักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มหนึ่งที่เราพบ ถึงขนาดมาขอยืมไปถ่ายเอกสารกันเลยทีเดียว เรากางกระดาษแผ่น ใหญ่ยักษ์ดูว่า ระยะทางระหว่าง “เมืองบะหม่อ รัฐคะฉิ่น” ที่เราอยู่ในขณะนี้ ห่างจาก “มัณฑะเลย์” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปแค่ไหน มาตราส่วนแผนที่บอกเราว่า ประมาณ 300 กิโลเมตร แม้สายการบิน ท้องถิ่นสามารถพาเราไปชมพระราชวังมัณฑะเลย์ได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่เราเลือกเดินทางด้วยการล่องเรือ ไปตามแม่น้ำอิรวดีที่ราคาถูกกว่าหลายเท่า ตั๋วเรือระบุเวลาออกบ่าย 3 โมงและเทียบท่าที่มัณฑะเลย์ 3 ทุ่ม
แผนที่ประเทศพม่าแบบละเอียดยิบที่พกไปพม่าเมื่อช่วงต้นปี 2553 เป็นที่ฮือฮา มากในหมู่นักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มหนึ่งที่เราพบ ถึงขนาดมาขอยืมไปถ่ายเอกสารกันเลยทีเดียว เรากางกระดาษแผ่น ใหญ่ยักษ์ดูว่า ระยะทางระหว่าง “เมืองบะหม่อ รัฐคะฉิ่น” ที่เราอยู่ในขณะนี้ ห่างจาก “มัณฑะเลย์” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปแค่ไหน มาตราส่วนแผนที่บอกเราว่า ประมาณ 300 กิโลเมตร แม้สายการบิน ท้องถิ่นสามารถพาเราไปชมพระราชวังมัณฑะเลย์ได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่เราเลือกเดินทางด้วยการล่องเรือ ไปตามแม่น้ำอิรวดีที่ราคาถูกกว่าหลายเท่า ตั๋วเรือระบุเวลาออกบ่าย 3 โมงและเทียบท่าที่มัณฑะเลย์ 3 ทุ่ม
“ต้าซิน” เฟืองชิ้นเล็กของธุรกิจร้อยล้าน
โดย องค์ บรรจุน
ต้าซินไม่ได้เป็นแรงงานต่างด้าวขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่หลายคนวาดภาพล่วงหน้าตามคำโปรยหัวของหนังสือพิมพ์หัวสีและแฟนคลับประวัติศาสตร์คลั่งชาติ ต้าซินเป็นคนผิวขาวเหลือง รูปร่างสัดทัด หน้าตาจัดว่าหล่อ มีเสน่ห์ รสนิยมในการแต่งตัวไม่เป็นรองใคร ทางบ้านของเขาประกอบอาชีพค้าขาย ฐานะปานกลาง พ่อแม่ส่งเสียให้เขาเรียนในมหาวิทยาลัย (University of Dawei) แม้จะจบเพียงชั้นปีที่ 1 เนื่องจากครอบครัวมีปัญหาการเงินในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าแรงงานต่างด้าวที่มาจากพม่าอีกหลายคนที่ผู้เขียนเคยสัมผัสพูดคุย แล้วด้วยเหตุผลอะไรทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองไทย
ต้าซินไม่ได้เป็นแรงงานต่างด้าวขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่หลายคนวาดภาพล่วงหน้าตามคำโปรยหัวของหนังสือพิมพ์หัวสีและแฟนคลับประวัติศาสตร์คลั่งชาติ ต้าซินเป็นคนผิวขาวเหลือง รูปร่างสัดทัด หน้าตาจัดว่าหล่อ มีเสน่ห์ รสนิยมในการแต่งตัวไม่เป็นรองใคร ทางบ้านของเขาประกอบอาชีพค้าขาย ฐานะปานกลาง พ่อแม่ส่งเสียให้เขาเรียนในมหาวิทยาลัย (University of Dawei) แม้จะจบเพียงชั้นปีที่ 1 เนื่องจากครอบครัวมีปัญหาการเงินในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าแรงงานต่างด้าวที่มาจากพม่าอีกหลายคนที่ผู้เขียนเคยสัมผัสพูดคุย แล้วด้วยเหตุผลอะไรทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองไทย
The Visitor : คนที่ไม่รู้จัก
โดย หมอกเต่หว่า
“ตลอดทั้งชีวิตของคุณ คุณจะไม่มีทางรู้ว่า คุณคือใคร จนกว่าคุณจะได้เห็นโลกจากสายตาของคนอื่น”
“ตลอดทั้งชีวิตของคุณ คุณจะไม่มีทางรู้ว่า คุณคือใคร จนกว่าคุณจะได้เห็นโลกจากสายตาของคนอื่น”
เวนิน ปวิ้นโตน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
โดย หมอกเต่หว่า
ในเหตุการณ์ประท้วงของนักศึกษาเมื่อปี 1988 (2531) นอกจากจะจบลงด้วยการ สูญเสียและการนองเลือดครั้งใหญ่ นักศึกษาถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ยังทำให้เด็กหญิงวัย 5 เดือนคนหนึ่งต้องพลัดพรากจากพ่อนับตั้งแต่ยังเรียกชื่อพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ เพียงเพราะพ่อ ของเธอเป็นแกนนำออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจากทหาร วันเวลาผ่านไป 22 ปี จากเด็กน้อยกลายเป็นเด็กสาว และในวันนี้เธอกำลังเดินตามรอย เท้าพ่อ และกำลังเรียกร้องขออิสรภาพคืนให้กับพ่อของเธอ เธอคือ เวนิน ปวิ้นโตน
![]() |
| ภาพ จาก enigmaimages.wordpress.com |
ในเหตุการณ์ประท้วงของนักศึกษาเมื่อปี 1988 (2531) นอกจากจะจบลงด้วยการ สูญเสียและการนองเลือดครั้งใหญ่ นักศึกษาถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ยังทำให้เด็กหญิงวัย 5 เดือนคนหนึ่งต้องพลัดพรากจากพ่อนับตั้งแต่ยังเรียกชื่อพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ เพียงเพราะพ่อ ของเธอเป็นแกนนำออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจากทหาร วันเวลาผ่านไป 22 ปี จากเด็กน้อยกลายเป็นเด็กสาว และในวันนี้เธอกำลังเดินตามรอย เท้าพ่อ และกำลังเรียกร้องขออิสรภาพคืนให้กับพ่อของเธอ เธอคือ เวนิน ปวิ้นโตน
เฮโรอีนในรั้วมหาวิทยาลัยฝันร้ายของชนชาติคะฉิ่น
โดย โม๋หอม
ผืนธงชาติพม่าปลิวสะบัดตามแรงลมอยู่บนยอดเสาของมหาวิทยาลัยมิตจีนา สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและ ใหญ่ที่สุดประจำรัฐคะฉิ่น ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในกองกำลังกู้ชาติคะฉิ่นหลายต่อหลายคนมีชื่ออยู่ในทำเนียบศิษย์เก่าของที่นี่ แต่ปัจจุบัน ใครจะเชื่อว่าสถาบันที่ชาวคะฉิ่นเคยภาคภูมิใจ ได้กลายสภาพเป็น “Heroin Heaven” หรือ “สวรรค์ของเฮโรอีน” ไปแล้ว
ผืนธงชาติพม่าปลิวสะบัดตามแรงลมอยู่บนยอดเสาของมหาวิทยาลัยมิตจีนา สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและ ใหญ่ที่สุดประจำรัฐคะฉิ่น ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในกองกำลังกู้ชาติคะฉิ่นหลายต่อหลายคนมีชื่ออยู่ในทำเนียบศิษย์เก่าของที่นี่ แต่ปัจจุบัน ใครจะเชื่อว่าสถาบันที่ชาวคะฉิ่นเคยภาคภูมิใจ ได้กลายสภาพเป็น “Heroin Heaven” หรือ “สวรรค์ของเฮโรอีน” ไปแล้ว
ลักกี้นัมเบอร์ ของผู้นำเผด็จการ
การเดินทาง... สู่ความเปลี่ยนแปลง
แปลจากเรื่อง A Jourmey for Change
ในหนังสือ Burma women’ voices for peace
ผู้เขียน คำเล เยาวชนชาวปะโอที่ทำงานเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตย
ฉันและเพื่อนสนิทได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปในพม่า เพื่อไปให้ความรู้เกี่ยวกับการ ใช้แนวทางสันติและความรู้ในด้านสุขอนามัยขั้นพื้นฐานของผู้หญิงให้แก่ชาวบ้าน ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่สู้รบ อย่างแรกที่ต้องทำคือ สร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนใน พื้นที่ ฉันไม่เคยเข้าไปในเขตพื้นที่สู้รบกันมาก่อน นั่นหมายความว่า จำเป็นต้องเดินทางไปกับ ทหารชนกลุ่มน้อยเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยให้กับพวกเรา และแล้ววันเริ่มต้นของการ เดินทางก็มาถึง ผู้คนกว่า 30 ชีวิตร่วมเดินทางจากชายแดนไทย - พม่าในครั้งนี้ สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยทหารชนกลุ่มน้อย มีเพียงฉันและเพื่อนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง ซึ่งในตอนนั้น ความรู้สึกของฉันก็เริ่มสัมผัสได้ถึงภยันอันตรายที่กำลังเฝ้ารอพวกเราอยู่
ในหนังสือ Burma women’ voices for peace
ผู้เขียน คำเล เยาวชนชาวปะโอที่ทำงานเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตย
ฉันและเพื่อนสนิทได้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปในพม่า เพื่อไปให้ความรู้เกี่ยวกับการ ใช้แนวทางสันติและความรู้ในด้านสุขอนามัยขั้นพื้นฐานของผู้หญิงให้แก่ชาวบ้าน ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่สู้รบ อย่างแรกที่ต้องทำคือ สร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนใน พื้นที่ ฉันไม่เคยเข้าไปในเขตพื้นที่สู้รบกันมาก่อน นั่นหมายความว่า จำเป็นต้องเดินทางไปกับ ทหารชนกลุ่มน้อยเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยให้กับพวกเรา และแล้ววันเริ่มต้นของการ เดินทางก็มาถึง ผู้คนกว่า 30 ชีวิตร่วมเดินทางจากชายแดนไทย - พม่าในครั้งนี้ สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยทหารชนกลุ่มน้อย มีเพียงฉันและเพื่อนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง ซึ่งในตอนนั้น ความรู้สึกของฉันก็เริ่มสัมผัสได้ถึงภยันอันตรายที่กำลังเฝ้ารอพวกเราอยู่
เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กับประชาธิปไตยในพม่า
โดย หมอกเต่หว่า
ขณะที่ผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในพม่าต่างออกมาประณาม และผิดหวังกับการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปว่า เป็นเพียง “การเลือกตั้งจัดฉาก” ที่จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยเฉพาะจะไม่นำพม่าไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งเรากลับได้เห็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เมื่อกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติที่เห็นแต่ผลประโยชน์กลับไม่ได้สนใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในประเทศพม่า เพราะสิ่งที่พวกเขาหวัง ดูจะไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สวยหรูอย่างที่ประชาชนในพม่าฝันอยากจะได้มา แต่เป็นทรัพยากร ธรรมชาติหรือสิ่งอื่นที่จะเปลี่ยนเป็นเงินมหาศาลต่างหาก จึงไม่แปลก ในขณะที่การเมืองพม่ากำลังสับสนอลหม่าน เรากลับได้เห็นนักธุรกิจต่างชาติตบเท้าเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ในพม่าอย่างไม่ขาดสาย
เปลี่ยนธงชาติพม่ากับอนาคตกลุ่มชาติพันธุ์
โดย นวลแก้ว บูรพวัฒน์
ภายในไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้ พม่าได้ปรับและ “เปลี่ยน” สัญลักษณ์ของประเทศมาหลายอย่างให้น่าเวียนศีรษะเป็นอย่างยิ่ง ชื่อประเทศยังลบ “Burma” ทิ้งไปซะดื้อๆ สถาปนานาม “Myanmar” ยัดใส่กะโหลกชาวโลกกันใหม่ ธนบัตรจั๊ตยังยกเลิกหน้าตาเฉย ทำเอาเงินในกระเป๋าชาวบ้านทั้งประเทศมีสภาพไม่ผิดแบงก์กงเต๊กไปชั่วกะพริบตา เมืองหลวงยัง “คว่ำกระดาน” ยกโขยงหน่วยราชการ ย้ายกันอุตลุดหมดเกลี้ยง...ให้สิ้นอายุกรุงย่างกุ้งไปเริ่มสตาร์ทกันใหม่ที่กรุงเนปีดอว์อย่างแทบไม่กระโตกกระตากให้ชาวโลกรู้มาก่อน
บทบาทอองซาน ซูจี เสียงสะท้อนจากสื่อพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์
โดย อังกูร ตะวันวง
“ฉันจะมีชีวิตอยู่จนกระทั่งได้เห็นพม่าที่เป็นประชาธิปไตย” นางอองซาน ซูจี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นับตั้งแต่นางอองซาน ซูจี ได้รับอิสรภาพในวันที่ 13 พฤศจิกายน บทบาททางการเมือง ได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งนาง ซูจีได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองที่ยังคงเป็นปัญหาในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในประเทศพม่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเลือกตั้งที่ส่อเค้าทุจริต การ คุมขังนักโทษการเมืองจำนวนกว่า 2,000 คนอย่างไร้ความยุติธรรม การสั่งยุบพรรคสันนิบาต แห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy - NLD) โดยใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง ซึ่งปัญหาเหล่านี้คือบทบาทที่นางซูจีต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบ ชี้แจง และแก้ไขให้กับประชาชน
ก้าวย่างสู่อิสรภาพ ของอองซาน ซูจี
โดย ธันวา สิริเมธี
![]() |
| ภาพ MIZZIMA |
เย็นวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะประชาชนพม่าต่าง ชื่นชมยินดีกับภาพ นางอองซาน ซูจี ปรากฏกายริมรั้วบ้านพักกลางกรุงย่างกุ้ง แม้ผู้นำทหารอาจมองว่า เธอคงไม่สามารถกลับมามีบทบาททางการเมืองได้ มากนัก เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างโดยสภาทหารได้กีดกันให้เธอห่างไกลจากการเมืองในสภาแบบสุดกู่ แต่หากสังเกตดูสีหน้าผู้คนมากกว่าสามพันคนที่มาคอยต้อนรับเธอที่หน้าบ้านพักหลังถูกกักบริเวณเจ็ดปี จะเห็นได้ว่า ประชาชนพม่าเริ่มกลับมามีความหวังถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้ง...แม้ว่าจะเป็นความหวังหลังจากการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็ตามที
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






