แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 21 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 48) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 21 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 48) แสดงบทความทั้งหมด

จะเพ็ด ผู้ยืนหยัดบนเส้นทางฝันเพื่อการศึกษาของชาวลาหู่

เส้นทางแห่งความฝันของชายคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่ได้เป็นเส้นตรง บางช่วงชีวิตมีลดเลี้ยวคดเคี้ยว มีหักศอกบ้าง ขรุขระบ้าง และบางช่วงก็ต้องเปลี่ยนใช้เส้นทางอื่นในการเดินทางเพื่อจะได้ไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เส้นทางนั้นจะไกลสักแค่ไหน แต่อยู่ที่ก่อนถึงจุดหมาย เราสามารถยืนหยัดและเดินบนเส้นทางแห่งความฝันนี้ได้นานแค่ไหนต่างหาก ตามรอยฝันฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่องราวความใฝ่ฝันของจะเพ็ด เลขาธิการองค์กรพัฒนาชนชาติลาหู่ หรือ Lahu National Development Organization (LNDO)*ผู้ยืนหยัดบนเส้นทางแห่งความฝันของตนเองมาตลอด 40 ปี

ชีวิต ความหวัง และความใฝ่ฝันของผู้ต้องขัง (2)

โดย สีฟ้า

เมื่อสมัยที่ผมยังอยู่ในประเทศพม่า ผมมีชื่อว่า ซอหล่อยมู ผมเป็นคนเชื้อชาติกะเหรี่ยง(กลุ่มสะกอ) ซอ หมายถึง นาย หล่อย หมายถึง สี มู หมายถึง ฟ้า ดังนั้น “สีฟ้า” คือความหมายของชื่อผม ผมเกิดที่เมืองหล่อยก่อ ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของชนชาติกะยาคือกะเหรี่ยงแดงนั่นเอง ผมเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2501 จากครอบครัวคริสเตียนและเป็นคนที่ 4 จากพี่น้อง 6 คน ถึงจะไม่ร่ำรวยแต่ระดับชีวิตปานกลางของครอบครัวของผมพออยู่พอกินและมีความอบอุ่น คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้รักเสียงเพลง ดังนั้น ในบ้านมีเครื่องดนตรีหลายชนิดและพี่ชายคนโตได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มนักร้องประจำของคริสจักร ในเมืองที่เราอยู่ ผมถูกบังคับให้ฝึกร้องเพลงฝรั่งตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบและได้ขึ้นบนเวทีท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งสมัยนั้นไม่เคยมีเด็ก ๆ คนไหนกล้าเหมือนผมเลย เพราะฉะนั้นได้ฉายาว่า Tha Tha(om; om;)แปลว่าลูกชาย พออายุได้ 10 ขวบ คุณแม่ก็สอนกีตาร์ให้ผมขั้นพื้นฐานแค่เล่นเพลงง่าย ๆ ได้

การย้ายบุคคลในความห่วงใยของยูเอ็นเอชซีอาร์สู่ค่ายชายแดน

โดย หมอวิทย์

เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันที่ 31 มีนาคม 2547 เป็นวันสุดท้าย ที่ประชาชนพม่าซึ่งถือบัตรบุคคลในความห่วงใยหรือพีโอซี (Persons of Concern - POC) ของยูเอ็นเอชซีอาร์ ที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเขต อำเภอบริเวณชายแดนจะต้องมาขึ้นทะเบียนและย้ายไปอยู่ที่ค่ายอพยพบริเวณชายแดนไทย - พม่า ที่จังหวัดตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขตเมือง ค่อนข้างมาก หากใครไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกจับและถูกส่งกลับประเทศพม่า

ย้อนรอยประวัติศาสตร์คนกะเหรี่ยงบนเส้นพรมแดนตะวันตก

โดย  Ronald D. Renard

ผมเป็นชาวอเมริกันซึ่งเริ่มต้นสนใจเรื่องราวของคนกะเหรี่ยงตั้งแต่เมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา ผมรับรู้เรื่องราวของคน กะเหรี่ยงครั้งแรกจากหนังสือนำเที่ยวเมื่อครั้งมาสอนหนังสือที่เมืองไทยระหว่างปี พ.ศ. 2513 - 2515 หลังจากนั้นได้กลับไปเรียนต่อปริญญาเอกทางด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาวายประเทศสหรัฐอเมริกาและทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-กะเหรี่ยง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจ ในประวัติศาสตร์ของคนกะเหรี่ยงอย่างจริงจังของผมมาจนถึงวันนี้

สัมภาษณ์ ชิ สุวิชาน - ตือโพ : การเดินทางของศิลปินเตหน่าบนสองฝั่งสาละวิน


ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางขุนเขาและแสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างทั่วท้องฟ้าในหมู่บ้านกลางป่า บ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากพวกเราจะได้ร่วมงานคอนเสิร์ตเสียงเผ่าชนคนต้นน้ำที่ชุมชนคนรักษ์ป่าจัดขึ้นแล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินเพลงกะเหรี่ยงหรือปกากะญอชื่อดังสองท่าน ซึ่งมีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีประจำเผ่าที่เรียกว่า เตหน่า หรือ พิณกะเหรี่ยง คือ ตือโพ ชายหนุ่มวัย 36 ปี ผู้มีเตหน่าเป็นดั่งมือที่สาม เจ้าของสมญานาม เบิร์ดธงชัยของคนกะเหรี่ยงส่วนคนอีกคนหนึ่งคือ สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ หรือที่รู้จักกันในนามของ ชิ สุวิชาน หนุ่มปกากะญอจากดินแดนมูเส่คี ป่าสนวัดจันทร์ ที่ให้เกียรติมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงดนตรีเตหน่าและสายสัมพันธ์ของคนกะเหรี่ยงในไทยและพม่าที่พวกเขาได้รับรู้และสัมผัส