นับตั้งแต่เจ้าน้อย (ซอหยั่นต้ะ) ได้ก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติ “หนุ่มศึกหาญ” (Noom Serk Harn - NSH) ที่รัฐฉานใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เป็นต้นมา กองทัพรัฐฉานได้ล้มลุกคลุกคลานยืนหยัด-พังทลาย เปลี่ยนแปลงผู้นำไปแล้วหลายครั้ง มาถึงปีปัจจุบัน เพิ่งผ่านพ้นงานเฉลิมฉลองครบรอบ 53 ปีของการก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ไปหมาดๆ โดยกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army – SSA) และสภากอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of the Shan State - RCSS) ภายใต้การนำของพลโทเจ้ายอดศึก ได้จัดงาน “วันปฏิวัติประชาชนรัฐฉาน” (Shan State People Resistance Day) ครบรอบปีที่ 53 ณ ฐานที่มั่นดอยไตแลง ฝั่งรัฐฉาน ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2554 โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพรัฐฉานเข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น คับคั่ง อันได้แก่ ตัวแทนจากองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ (Pa-O National Liberation Organization - PNLO) ตัวแทนจากองค์กรแห่งชาติว้าและกองทัพแห่งชาติว้า (Wa National Organisation - WNO / Wa National Army - WNA) นายพลบีทู ผู้บัญชาการทหารพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party - KNPP) ตัวแทนจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Keran National Union - KNU) และตัวแทนจากแนวร่วม ปลดปล่อยแห่งรัฐปะหล่อง (Palaung State Liberation Front - PSLF) รวมถึงองค์กรที่เป็นแนวร่วมในรัฐฉาน หลายกลุ่มได้ส่งแถลงการณ์แสดงความยินดีในวันนี้เช่นกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสู้รบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสู้รบ แสดงบทความทั้งหมด
ยุทธศาสตร์ปราบไทใหญ่ของผู้นำพม่าในสายตาเจ้ายอดศึก
โดย เจ้ายอดศึก
ความเป็นมาของกองกำลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในรัฐฉาน
-----------------------------------------------------------------------ในปี ค.ศ 1948 สหภาพพม่าได้รับเอกราชจากการยึดครองของประเทศอังกฤษ จากนั้นได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลบริหารสหภาพ โดยมีมติ เลือกเจ้าฟ้าส่วยแต้กขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสหภาพ พม่า ถึงแม้จะมีการก่อตั้งสหภาพพม่าร่วมกัน แต่ก็ใช่ว่าปัญหาต่างๆ ภายในสหภาพจะหมดไป เพราะมีการแย่งชิงอำนาจการปกครองกันเองอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่นายพลอองซานเสียชีวิต (19 ก.ค 1947)พม่าเองก็แบ่งออกเป็นหลายพรรคหลายพวก บ้างก็ฝักใฝ่ลัทธิ คอมมิวนิสต์ บ้างก็ฝักใฝ่ลัทธิสังคมนิยม บ้างก็ฝักใฝ่ระบอบประชาธิปไตย จนก่อให้เกิดการโต้แย้งกันอย่างรุนแรง ในขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญสำหรับใช้ในสหภาพยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็เกิดกองกำลังปฏิวัติขึ้นแล้ว โดยในวันที่ 28 มี.ค ปีค.ศ 1948 พรรคคอมมิวนิสต์พม่า (BCP) ได้เข้าป่า
ชีวิต(ที่ถูกลืม)หลังสนามรบของทหารพม่า
| ภาพ Yuzo Uda |
ส่งกลับผู้ลี้ภัยภัย ความตายที่รออยู่เบื้องหน้า
โดย ฐิรติ วสุนธรา
นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่าสนธิกองกำลังทหารกะเหรี่ยงพุทธ หรือ DKBA กับกองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ หรือ KNU ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนกว่าสามพันคนได้หนีภัยความตายเข้ามาฝั่งไทย และอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ตั้งอยู่ในอ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยมีทหารไทยเป็นผู้ดูแลพื้นที่ มีองค์กรต่างประเทศให้การช่วยเหลือด้านอาหาร ขณะที่สถานการณ์การสู้รบภายในรัฐกะเหรี่ยงก็ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดว่าได้ยุติลงแล้ว หรือมีความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ผู้ลี้ภัยเหล่านี้กลับถูกบังคับข่มขู่ และถูกผลักดันให้กลับไปเผชิญกับภัยความตายอีกครั้ง
นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่าสนธิกองกำลังทหารกะเหรี่ยงพุทธ หรือ DKBA กับกองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ หรือ KNU ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนกว่าสามพันคนได้หนีภัยความตายเข้ามาฝั่งไทย และอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ตั้งอยู่ในอ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยมีทหารไทยเป็นผู้ดูแลพื้นที่ มีองค์กรต่างประเทศให้การช่วยเหลือด้านอาหาร ขณะที่สถานการณ์การสู้รบภายในรัฐกะเหรี่ยงก็ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดว่าได้ยุติลงแล้ว หรือมีความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ผู้ลี้ภัยเหล่านี้กลับถูกบังคับข่มขู่ และถูกผลักดันให้กลับไปเผชิญกับภัยความตายอีกครั้ง
Ceasefire กับ Surrender ต่างกันอย่างไร
การวางอาวุธ Surrender กับ การเจรจาหยุดยิง Ceasefire ต่างกันคือ การวางอาวุธหมายถึง การมอบอาวุธทั้งหมดให้รัฐบาลทหารพม่าโดยไม่มีเงื่อนไข หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ยอมแพ้”
ส่วนการเจรจาหยุดยิง หมายถึง ชนกลุ่มน้อยยังคงครอบครองอาวุธอยู่เช่นเดิม แต่จะไม่ทำการสู้รบกับกองทัพของรัฐบาล โดยสามารถถือปืนในบางพื้นที่ที่เจรจาหยุดยิง รวมทั้งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาล หรือเรียกง่ายๆ ว่า “การพักรบ”
ส่วนการเจรจาหยุดยิง หมายถึง ชนกลุ่มน้อยยังคงครอบครองอาวุธอยู่เช่นเดิม แต่จะไม่ทำการสู้รบกับกองทัพของรัฐบาล โดยสามารถถือปืนในบางพื้นที่ที่เจรจาหยุดยิง รวมทั้งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาล หรือเรียกง่ายๆ ว่า “การพักรบ”
ชะตากรรมชนกลุ่มน้อยในพม่าหลังเจรจาหยุดยิง
โดย ธันวา สิริเมธี
“ไม่มีความสุข แต่ไม่พร้อมจะรบอีกครั้ง” ประโยคนี้ดูจะเป็นคำจัดความที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ในพม่าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า ท่ามกลาง กระแสความกดดันของรัฐบาลท่านนายกทักษิณซึ่งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ อันดีกับรัฐบาลทหารพม่าและกดดันกองกำลังชนกลุ่มน้อยตลอดชายแดน ให้เจรจาหยุดยิงหรือวางอาวุธกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เจรจาหยุดยิงไปแล้ว หลายกลุ่มกลับกำลังเผชิญปัญหาจากการเจรจาหยุดยิงที่ยังหาทางออกไม่ได้ การเจรจาหยุดยิงจึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหากองกำลัง ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า แต่อาจเป็นการเริ่มต้นปัญหาใหม่ซึ่งซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
![]() |
| ทหาร KIA ในไลซา |
“ไม่มีความสุข แต่ไม่พร้อมจะรบอีกครั้ง” ประโยคนี้ดูจะเป็นคำจัดความที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ในพม่าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า ท่ามกลาง กระแสความกดดันของรัฐบาลท่านนายกทักษิณซึ่งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ อันดีกับรัฐบาลทหารพม่าและกดดันกองกำลังชนกลุ่มน้อยตลอดชายแดน ให้เจรจาหยุดยิงหรือวางอาวุธกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เจรจาหยุดยิงไปแล้ว หลายกลุ่มกลับกำลังเผชิญปัญหาจากการเจรจาหยุดยิงที่ยังหาทางออกไม่ได้ การเจรจาหยุดยิงจึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหากองกำลัง ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า แต่อาจเป็นการเริ่มต้นปัญหาใหม่ซึ่งซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
ข่มขืน สงครามบนเรือนร่างหญิง
โดย ธันวา สิริเมธี
สงครามและการข่มขืนในพม่า
กล่าวกันว่า สงครามและการข่มขืนมักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ควบคู่กัน แต่ตัวเลขของผู้ถูกข่มขืนไม่ได้ถูกระบุไว้ในรายงานความ เสียหายจากสงคราม ทั้ง ๆ ที่ความเสียหายอันเกิดจากการข่มขืน จะปรากฏในความทรงจำของหญิงสาวผู้ถูกข่มขืนไปตลอดชีวิต และบางครั้งปรากฏอยู่ในร่างกายของเธอผู้นั้นในรูปทารกน้อย ๆ ซึ่งหญิงสาวส่วนใหญ่เลือกทำลายชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มากกว่าปล่อยให้ ลืมตาดูโลกท่ามกลางความเกลียดชังของผู้เป็นแม่ สงครามจึงไม่ใช่ การเอาชนะกันด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการ เอาชนะเรือนร่างหญิงสาวสายเลือดเดียวกับศัตรู จำนวนผู้หญิงที่ ถูกข่มขืนในยามสงครามจึงมีมากมาย
สำหรับประเทศพม่า ประเทศซึ่งเต็มไปด้วยไฟสงคราม กลางเมืองระหว่างรัฐบาลทหารและชนกลุ่มน้อยมายาวนาน กว่า ครึ่งศตวรรษจึงเต็มไปด้วยผู้หญิงชนกลุ่มน้อยซึ่งถูกข่มขืนโดย ทหารพม่าจำนวนมากมายจนโลกตะลึง!
สงครามและการข่มขืนในพม่า
กล่าวกันว่า สงครามและการข่มขืนมักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ควบคู่กัน แต่ตัวเลขของผู้ถูกข่มขืนไม่ได้ถูกระบุไว้ในรายงานความ เสียหายจากสงคราม ทั้ง ๆ ที่ความเสียหายอันเกิดจากการข่มขืน จะปรากฏในความทรงจำของหญิงสาวผู้ถูกข่มขืนไปตลอดชีวิต และบางครั้งปรากฏอยู่ในร่างกายของเธอผู้นั้นในรูปทารกน้อย ๆ ซึ่งหญิงสาวส่วนใหญ่เลือกทำลายชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มากกว่าปล่อยให้ ลืมตาดูโลกท่ามกลางความเกลียดชังของผู้เป็นแม่ สงครามจึงไม่ใช่ การเอาชนะกันด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการ เอาชนะเรือนร่างหญิงสาวสายเลือดเดียวกับศัตรู จำนวนผู้หญิงที่ ถูกข่มขืนในยามสงครามจึงมีมากมาย
สำหรับประเทศพม่า ประเทศซึ่งเต็มไปด้วยไฟสงคราม กลางเมืองระหว่างรัฐบาลทหารและชนกลุ่มน้อยมายาวนาน กว่า ครึ่งศตวรรษจึงเต็มไปด้วยผู้หญิงชนกลุ่มน้อยซึ่งถูกข่มขืนโดย ทหารพม่าจำนวนมากมายจนโลกตะลึง!
ทุ่งสังหารในรัฐฉาน
แปลจากเรื่อง The killing field in Shan State
โดย Inter Pares
บทนำ
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2004 เจ้าหน้าที่จาก Inter Pares* จำนวนหนึ่งได้เดินทางไปเข้ายังพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย-พม่า เพื่อพูดคุยกับผู้ลี้ภัยที่อพยพมาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า และต่อไปนี้คือการรายงานการเดินทางของพวกเขา
โดย Inter Pares
บทนำ
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2004 เจ้าหน้าที่จาก Inter Pares* จำนวนหนึ่งได้เดินทางไปเข้ายังพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย-พม่า เพื่อพูดคุยกับผู้ลี้ภัยที่อพยพมาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า และต่อไปนี้คือการรายงานการเดินทางของพวกเขา
ชีวิต ความหวัง และความใฝ่ฝันของผู้ต้องขัง
โดย โพกวา
“สงครามคือการเมืองที่นองเลือด การเมืองคือสงครามที่ไม่นองเลือด” การเป็นพลเมืองของรัฐหนึ่ง ๆ บนแผ่นดิน ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดแท้แต่ว่าความรุนแรงนั้นจะมากน้อยแค่ไหน และคำกล่าวข้างต้นเป็นจริงอย่างที่สุด
“สงครามคือการเมืองที่นองเลือด การเมืองคือสงครามที่ไม่นองเลือด” การเป็นพลเมืองของรัฐหนึ่ง ๆ บนแผ่นดิน ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดแท้แต่ว่าความรุนแรงนั้นจะมากน้อยแค่ไหน และคำกล่าวข้างต้นเป็นจริงอย่างที่สุด
เด็กกำพร้าและหมู่บ้านคนทุกข์บนดอยไตแลง
โดย ธันวา สิริเมธี
บนดอยสูงรอยต่อระหว่างรัฐฉาน ประเทศพม่ากับอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จ๋ามเฮือง(นามสมมติ) เด็กหญิงร่างผอมแกร็นวัย 8 ขวบกำลังเล่นสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเธอทำให้พ่อแม่เริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า อีกไม่นานลูกสาวคนโตจะลืมเลือนเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเรือนร่างของเธอเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาไปได้ และเติบโตเรียนหนังสืออยู่บนดอยสูงแห่งนี้โดยไม่ต้องหวาดผวาว่าทหารพม่าจะมาย่ำยีเรือนรางของเธออีกต่อไป
บนดอยสูงรอยต่อระหว่างรัฐฉาน ประเทศพม่ากับอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จ๋ามเฮือง(นามสมมติ) เด็กหญิงร่างผอมแกร็นวัย 8 ขวบกำลังเล่นสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเธอทำให้พ่อแม่เริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า อีกไม่นานลูกสาวคนโตจะลืมเลือนเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเรือนร่างของเธอเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาไปได้ และเติบโตเรียนหนังสืออยู่บนดอยสูงแห่งนี้โดยไม่ต้องหวาดผวาว่าทหารพม่าจะมาย่ำยีเรือนรางของเธออีกต่อไป
ความฝันที่ถูกลืม
โดย วิทูรย์ ลายอู๋
มนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ย่อมมีความฝันกันทุกคน ไม่ว่า จะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนเผ่าพันธุ์ไหน ต่างมี ความฝันกันทุกคน มันอยู่ที่ว่าใครจะสามารถสานฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ เหมือนกับฝันของผมที่อยากเห็นประเทศชาติมีความสงบสุขไร้ซึ่งสงคราม ประชาชนคนในชาติมีความเป็นอยู่ที่ดี มีเอกราชเสรีภาพ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ชนกลุ่มน้อยในสายตาของนานาประเทศ
ผมเกิดที่รัฐฉาน ดินแดนของไทยใหญ่ผมเกิดมาในยุคของสงครามพอดี ชีวิตตอนเด็กของผมโชคดีกว่าเด็กๆ ในรัฐฉานทั่วไปที่ถูกเผด็จการทหารพม่าข่มเหงและกดขี่ เพราะว่าผมเกิดและเติบโตมาในกองทัพกู้ชาติ แม่ผมเป็นหมออยู่ในกองทัพ S.U.R.A. (Shan United Revolution Army) ภายใต้การนำของท่านนายพลโมเฮง (กอนเจิง) ชีวิตในวัยเด็กของผมไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับแม่เหมือนเด็กทั่วไป อาจเป็นเพราะว่าแม่มีภาระหน้าที่ แม่จึงส่งพี่สาวกับผมมาเรียนที่ฝั่งไทย จะมีโอกาสได้อยู่กับแม่ก็ตอนปิดเทอมภาคฤดูร้อนเท่านั้น มีบ้างที่แม่มาเยี่ยมผมและพี่สาวที่ฝั่งไทยแต่ว่าไม่บ่อยนัก ช่วงปิดเทอมที่ผมได้อยู่กับแม่ ผมเห็นแม่ทำงานหนัก (รักษาทหาร) บางคืนแม่แทบไม่ได้นอนเลย ผมก็อดสงสารแม่ไม่ได้ แต่แม่ไม่เคยบ่น แม่บอกกับผมว่ามันเป็นหน้าที่ แม่สอนผมกับพี่สาวว่า เกิดเป็นคนถึงแม้ว่าจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่ว่าเลือกที่จะทำความดีทดแทนคุณของแผ่นดินได้ ตอนนั้นผมเองยังไม่เข้าใจความหมายที่แม่พูด
มนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ย่อมมีความฝันกันทุกคน ไม่ว่า จะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนเผ่าพันธุ์ไหน ต่างมี ความฝันกันทุกคน มันอยู่ที่ว่าใครจะสามารถสานฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ เหมือนกับฝันของผมที่อยากเห็นประเทศชาติมีความสงบสุขไร้ซึ่งสงคราม ประชาชนคนในชาติมีความเป็นอยู่ที่ดี มีเอกราชเสรีภาพ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ชนกลุ่มน้อยในสายตาของนานาประเทศ
ผมเกิดที่รัฐฉาน ดินแดนของไทยใหญ่ผมเกิดมาในยุคของสงครามพอดี ชีวิตตอนเด็กของผมโชคดีกว่าเด็กๆ ในรัฐฉานทั่วไปที่ถูกเผด็จการทหารพม่าข่มเหงและกดขี่ เพราะว่าผมเกิดและเติบโตมาในกองทัพกู้ชาติ แม่ผมเป็นหมออยู่ในกองทัพ S.U.R.A. (Shan United Revolution Army) ภายใต้การนำของท่านนายพลโมเฮง (กอนเจิง) ชีวิตในวัยเด็กของผมไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับแม่เหมือนเด็กทั่วไป อาจเป็นเพราะว่าแม่มีภาระหน้าที่ แม่จึงส่งพี่สาวกับผมมาเรียนที่ฝั่งไทย จะมีโอกาสได้อยู่กับแม่ก็ตอนปิดเทอมภาคฤดูร้อนเท่านั้น มีบ้างที่แม่มาเยี่ยมผมและพี่สาวที่ฝั่งไทยแต่ว่าไม่บ่อยนัก ช่วงปิดเทอมที่ผมได้อยู่กับแม่ ผมเห็นแม่ทำงานหนัก (รักษาทหาร) บางคืนแม่แทบไม่ได้นอนเลย ผมก็อดสงสารแม่ไม่ได้ แต่แม่ไม่เคยบ่น แม่บอกกับผมว่ามันเป็นหน้าที่ แม่สอนผมกับพี่สาวว่า เกิดเป็นคนถึงแม้ว่าจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่ว่าเลือกที่จะทำความดีทดแทนคุณของแผ่นดินได้ ตอนนั้นผมเองยังไม่เข้าใจความหมายที่แม่พูด
ชีวิตบนเส้นด้าย บนแผ่นดินสงครามรัฐกะเหรี่ยง
เรื่อง/ภาพ : อาทิตย์ ธาราคำ
โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต www.searin.org
ดวงตะวันอับแสงขมุกขมัวที่ปลายดอยริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ระรอกคลื่นของแม่น้ำกระเพื่อมไหวเมื่อเรือหางยาวลำใหญ่ เหหัวเรือเข้าจอดเทียบที่ริมหาดทราย ผู้โดยสารกว่า 70 คนท่าทางอิดโรยทยอยเดินขึ้นจากเรือ แบกสัมภาระเดินเร่งฝีเท้าตามผู้นำทาง ลัดเลาะลำห้วยเข้าสู่หุบเขาเล็กๆ ก่อนแสงสุดท้ายวันจะสิ้นไป
บนที่ราบแคบๆ ริมลำห้วย ในเขตจังหวัดมือตรอว์ บน แผ่นดิน “กอซูเล” หรือรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า ไม่ไกลจากชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิงพักชั่วคราวนับร้อยหลังถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นที่พักพิงสำหรับชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 800 คน ผู้หนีภัยความตายจากการรุกรานของกองทัพพม่า มาพักพิงอยู่ใน “พื้นที่ปลอดภัย” ภายใต้การคุ้มครองดูแลของกองกำลังสหชนชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (Karen National Union)
โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต www.searin.org
ดวงตะวันอับแสงขมุกขมัวที่ปลายดอยริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ระรอกคลื่นของแม่น้ำกระเพื่อมไหวเมื่อเรือหางยาวลำใหญ่ เหหัวเรือเข้าจอดเทียบที่ริมหาดทราย ผู้โดยสารกว่า 70 คนท่าทางอิดโรยทยอยเดินขึ้นจากเรือ แบกสัมภาระเดินเร่งฝีเท้าตามผู้นำทาง ลัดเลาะลำห้วยเข้าสู่หุบเขาเล็กๆ ก่อนแสงสุดท้ายวันจะสิ้นไป
บนที่ราบแคบๆ ริมลำห้วย ในเขตจังหวัดมือตรอว์ บน แผ่นดิน “กอซูเล” หรือรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า ไม่ไกลจากชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิงพักชั่วคราวนับร้อยหลังถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นที่พักพิงสำหรับชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 800 คน ผู้หนีภัยความตายจากการรุกรานของกองทัพพม่า มาพักพิงอยู่ใน “พื้นที่ปลอดภัย” ภายใต้การคุ้มครองดูแลของกองกำลังสหชนชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (Karen National Union)
สัมภาษณ์ : พลโทบีทู : KNPP กับการเลือกตั้งในพม่า
ในกลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มที่ยังสู้รบกับรัฐบาลพม่าอันได้แก่ กองทัพรัฐฉาน (Shan State Army -SSA) ,กลุ่มสหภาพชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU), และกองกำลังพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (Karenni National Progress Party-KNPP) ซึ่งเคลื่อนไหวต่อสู้อยู่ในรัฐกะยา
free - fire zone หมายความว่าอย่างไร
free - fire zone หรือ เขตยิงเสรี เป็นคำที่ใช้อยู่ในประเทศพม่า หมายถึง พื้นที่ซึ่งทหารพม่ากำหนดให้เป็นเขตอันตราย หากพบใครเข้าไปเดินอยู่ในบริเวณนี้ สามารถยิงได้ทันที
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






