โดย สุรพงษ์ ชัยนาม
อาจกล่าวได้ว่า ผลการเลือกตั้งในพม่าเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นไปตามความคาดหมายจนไม่มีใครรู้สึกตื่นเต้นกับการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบยี่สิบปีสักเท่าไหร่ รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ผู้บริหารที่นั่งในสภาดูคุ้นตาจนมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรัฐบาลเก่าและใหม่ หลายคนจึงเกิดคำถามว่า เมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาให้ประชาชนพม่าดังคาดหวัง แล้วทำไมประชาคมโลกหรือประเทศตะวันตกจึงยอมรับผลการเลือกตั้งและเพิกเฉยต่อความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะทำหน้าที่เพียงทางออกที่ทำให้ทุกฝ่ายไม่เสียหน้า
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองการปกครอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองการปกครอง แสดงบทความทั้งหมด
เยาวชนเอ็นแอลดีความหวังประชาธิปไตยในพม่า
โดย นานาตี
บรรยากาศในช่วงสายวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ณ อาคาร ที่ทำการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี กรุงย่างกุ้ง คลาคล่ำไปด้วยบรรดาสมาชิกพรรคจำนวน มาก บริเวณหน้าประตูทางเข้า ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวเพื่อ เตรียมพร้อมรอต้อนรับนางอองซาน ซูจีที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า พวกเขาคือสมาชิกกลุ่มเยาวชนเอ็นแอลดีที่ได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นางอองซาน ซูจีหลังจากได้รับ อิสรภาพก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์
บรรยากาศในช่วงสายวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ณ อาคาร ที่ทำการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี กรุงย่างกุ้ง คลาคล่ำไปด้วยบรรดาสมาชิกพรรคจำนวน มาก บริเวณหน้าประตูทางเข้า ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวเพื่อ เตรียมพร้อมรอต้อนรับนางอองซาน ซูจีที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า พวกเขาคือสมาชิกกลุ่มเยาวชนเอ็นแอลดีที่ได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นางอองซาน ซูจีหลังจากได้รับ อิสรภาพก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์
ลักกี้นัมเบอร์ ของผู้นำเผด็จการ
เปลี่ยนธงชาติพม่ากับอนาคตกลุ่มชาติพันธุ์
โดย นวลแก้ว บูรพวัฒน์
ภายในไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้ พม่าได้ปรับและ “เปลี่ยน” สัญลักษณ์ของประเทศมาหลายอย่างให้น่าเวียนศีรษะเป็นอย่างยิ่ง ชื่อประเทศยังลบ “Burma” ทิ้งไปซะดื้อๆ สถาปนานาม “Myanmar” ยัดใส่กะโหลกชาวโลกกันใหม่ ธนบัตรจั๊ตยังยกเลิกหน้าตาเฉย ทำเอาเงินในกระเป๋าชาวบ้านทั้งประเทศมีสภาพไม่ผิดแบงก์กงเต๊กไปชั่วกะพริบตา เมืองหลวงยัง “คว่ำกระดาน” ยกโขยงหน่วยราชการ ย้ายกันอุตลุดหมดเกลี้ยง...ให้สิ้นอายุกรุงย่างกุ้งไปเริ่มสตาร์ทกันใหม่ที่กรุงเนปีดอว์อย่างแทบไม่กระโตกกระตากให้ชาวโลกรู้มาก่อน
บทบาทอองซาน ซูจี เสียงสะท้อนจากสื่อพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์
โดย อังกูร ตะวันวง
“ฉันจะมีชีวิตอยู่จนกระทั่งได้เห็นพม่าที่เป็นประชาธิปไตย” นางอองซาน ซูจี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นับตั้งแต่นางอองซาน ซูจี ได้รับอิสรภาพในวันที่ 13 พฤศจิกายน บทบาททางการเมือง ได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งนาง ซูจีได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองที่ยังคงเป็นปัญหาในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในประเทศพม่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเลือกตั้งที่ส่อเค้าทุจริต การ คุมขังนักโทษการเมืองจำนวนกว่า 2,000 คนอย่างไร้ความยุติธรรม การสั่งยุบพรรคสันนิบาต แห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy - NLD) โดยใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง ซึ่งปัญหาเหล่านี้คือบทบาทที่นางซูจีต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบ ชี้แจง และแก้ไขให้กับประชาชน
ก้าวย่างสู่อิสรภาพ ของอองซาน ซูจี
โดย ธันวา สิริเมธี
![]() |
| ภาพ MIZZIMA |
เย็นวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะประชาชนพม่าต่าง ชื่นชมยินดีกับภาพ นางอองซาน ซูจี ปรากฏกายริมรั้วบ้านพักกลางกรุงย่างกุ้ง แม้ผู้นำทหารอาจมองว่า เธอคงไม่สามารถกลับมามีบทบาททางการเมืองได้ มากนัก เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างโดยสภาทหารได้กีดกันให้เธอห่างไกลจากการเมืองในสภาแบบสุดกู่ แต่หากสังเกตดูสีหน้าผู้คนมากกว่าสามพันคนที่มาคอยต้อนรับเธอที่หน้าบ้านพักหลังถูกกักบริเวณเจ็ดปี จะเห็นได้ว่า ประชาชนพม่าเริ่มกลับมามีความหวังถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้ง...แม้ว่าจะเป็นความหวังหลังจากการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็ตามที
Generation Wave คลื่นลูกใหม่จะโถมซัดเผด็จการ
โดย โม๋หอม
กระดาษสีขาวขนาดเอสี่แผ่นแล้วแผ่นเล่า ซึ่งภายในปรากฏข้อความประกาศจับนักโทษชายคนหนึ่ง ถูกนำ ไปติดทั่วเมืองย่างกุ้ง มันคงติดอยู่ที่เดิมอย่างนั้นนานนับเดือน หากคนร้ายที่ถูกตามล่าเป็นเพียงชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ทว่า บุคคลที่อยู่ในประกาศคือ นายพลตานฉ่วย ผู้นำรัฐบาลเผด็จการพม่า แถมใต้รูปยังระบุความผิด ฐานนำพาประเทศล่มจม ประกาศดังกล่าวจึงมีอายุเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่รื้อทิ้งและทำการสอบสวนหาผู้ลงมือ มาเข้าคุก ... แล้วใครกันหนอ ที่ช่างกล้าท้าทายคุกตารางได้ถึงเพียงนี้
กระดาษสีขาวขนาดเอสี่แผ่นแล้วแผ่นเล่า ซึ่งภายในปรากฏข้อความประกาศจับนักโทษชายคนหนึ่ง ถูกนำ ไปติดทั่วเมืองย่างกุ้ง มันคงติดอยู่ที่เดิมอย่างนั้นนานนับเดือน หากคนร้ายที่ถูกตามล่าเป็นเพียงชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ทว่า บุคคลที่อยู่ในประกาศคือ นายพลตานฉ่วย ผู้นำรัฐบาลเผด็จการพม่า แถมใต้รูปยังระบุความผิด ฐานนำพาประเทศล่มจม ประกาศดังกล่าวจึงมีอายุเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่รื้อทิ้งและทำการสอบสวนหาผู้ลงมือ มาเข้าคุก ... แล้วใครกันหนอ ที่ช่างกล้าท้าทายคุกตารางได้ถึงเพียงนี้
มองพม่าผ่านสายตาของผู้นำพม่ายุคปัจจุบัน
โดย ธันวา สิริเมธี
เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ โดยศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษาเพื่อการพัฒนา ได้จัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประวัติศาสตร์พม่า : ความหลากหลาย อำนาจ ความรู้ และความ เป็นอื่น” นำเสนอโดยดร. สุเนตร ชุตินธรนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน เอเชียศึกษา
8 ปี การเมืองพม่า ก้าวหน้าหรือถอยหลัง..?
ขณะที่หลายๆ ประเทศจัดการเลือกตั้งไปแล้วหลายครั้ง หรือเปลี่ยนผู้นำไปแล้วหลายคนในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การเมืองในพม่ายังคงย่ำอยู่กับที่ ภายใต้ระบอบรัฐบาลเผด็จการทหาร ชุดตานฉ่วย หรืออาจกล่าวได้ว่า การเมืองในพม่าต้องหยุดชะงักงันนับตั้งแต่ทหารเข้ายึดอำนาจ เมื่อปี 2505 รัฐบาลทหารชุดปัจจุบันเปรียบเหมือนนายทหารรุ่นลูก ที่สืบทอดอำนาจจากผู้นำ เผด็จการคนก่อนๆ แม้จะไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากสายเลือดโดยตรง แต่แนวความคิดเผด็จการ ละโมบในอำนาจ และอุดมการณ์ชาตินิยมกลับได้รับการถ่ายทอดมายังรัฐบาลในชุดปัจจุบัน
ด้วยความเชื่อที่ว่า ทหารเป็นผู้กอบกู้เอกราชและเป็นวีรบุรุษ มีเพียงรัฐบาลทหารเท่านั้นที่จะ สามารถทำให้ประเทศนี้สงบด้วยการใช้วิธีการบังคับข่มขู่ และใช้ความรุนแรงเข้าควบคุม โดยที่ไม่ยอมรับ แนวทางรูปแบบสันติวิธี แนวทางประชาธิปไตย และการเจรจากับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปัญหาการเมือง ในพม่าและชนกลุ่มน้อย จึงทำให้การเมืองของประเทศพม่าไม่สามารถหาทางออกได้จนถึงทุกวันนี้
ด้วยความเชื่อที่ว่า ทหารเป็นผู้กอบกู้เอกราชและเป็นวีรบุรุษ มีเพียงรัฐบาลทหารเท่านั้นที่จะ สามารถทำให้ประเทศนี้สงบด้วยการใช้วิธีการบังคับข่มขู่ และใช้ความรุนแรงเข้าควบคุม โดยที่ไม่ยอมรับ แนวทางรูปแบบสันติวิธี แนวทางประชาธิปไตย และการเจรจากับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปัญหาการเมือง ในพม่าและชนกลุ่มน้อย จึงทำให้การเมืองของประเทศพม่าไม่สามารถหาทางออกได้จนถึงทุกวันนี้
"ประชาธิปไตยจัดฉาก" หนังน่าดูกำกับโดยรัฐบาลพม่า
โดย หมอกเต่หว่า
![]() |
| ภาพ Mizzima |
หากการเมืองพม่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งโดยมีประชาชนเป็นตัวละคร ผู้กำกับและคนเขียนบทก็คงหนีไม่พ้นนายพลตานฉ่วยและคณะรัฐบาลทหาร ที่สามารถจัดฉากและเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวละคร และเรื่องราวตามใจชอบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการออกกฎหมายเลือกตั้งที่ผ่านมา นอกจากจะไม่ให้ความยุติธรรมแก่พรรคการเมืองที่เลือกข้างประชาธิปไตยแล้ว ยังกีดกันนักโทษการเมืองชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย ดังนั้น การเลือกตั้งที่รัฐบาลพม่าเตรียมจัดขึ้นจึงเป็นแค่ฉากหนึ่งในหนังพม่าที่มีชื่อเรื่องว่า “ประชาธิปไตยจัดฉาก” โดยมีนานาชาติเป็นผู้ชมเท่านั้นเอง
ยุทธการตามล่าช้างเผือกของผู้นำทหารพม่า
![]() |
| ภาพ Narinjara.com |
ช้างเผือกเป็นสัตว์ที่คนในอุษาคเนย์เชื่อกันว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง คุ่บุญบารมี หากใครพบเห็นช้างเผือกในป่าแห่งหนใดก็จับมาถวายหรือมอบให้แก่ผู้ปกครอง
บรรดาทหารพม่าเป็นกลุ่มผู้ปกครองนิยมชมชอบช้างเผือกไม่น้อยหน้ากว่าผู้ปกครองประเทศใด รวมทั้งยังมีความเชื่อว่าช้างเผือกเป็นเสมือนเทพแห่งโชคลาภองค์หนึ่ง โดยเชื่อว่าการได้พบช้างเผือกเป็นนิมิตหมายในการนำประเทศพม่าพ้นภัย รอดพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่รุมเร้าอยู่ไปได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อมีคนมาบอกว่า เห็นช้างเผือกอยู่แห่งหนใดของประเทศพม่า บรรดาท่านนายพลก็จะออกคำสั่งให้ตามล่าหาช้างเผือกทันที
วิกฤติป่าไม้ในพม่า ความขัดแย้งของผลประโยชน์
![]() |
| ภาพ Global Witness |
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา องค์กร global witness องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศอังกฤษ ซึ่งทำงานเน้นเรื่องความเชื่อมโยงของการทำลายทรัพยากรธรรมชาติกับความขัดแย้ง ได้แถลงข่าวเปิดตัวรายงาน "ความขัดแย้งของผลประโยชน์อนาคตอันไม่แน่นอนของป่าไม้ในประเทศพม่า" เวลา 19.00 น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย
แรลลี่โรดแมปและปฏิกิริยาสะท้อนกลับ
ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา นายกขิ่น ยุ้นท์ เดินทาง ไปปราศรัยแผนโรดแมป หรือเส้นทางสู่ประชาธิปไตย ๗ ขั้นทั่วประเทศ โดยยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่ว่า การประชุมสมัชชา แห่งชาติซึ่งเคยล้มเลิกกลางครันเมื่อปี ๒๕๓๙ จะดำเนินต่อไป โดยหากพรรคเอ็น แอล ดี ของนางออง ซาน ซูจี ยังปฏิเสธที่จะเข้าร่วม บรรดาผู้นำทหารก็จะไม่สนใจ และจะเดินหน้าต่อไป
ชะตากรรมชนกลุ่มน้อยในพม่าหลังเจรจาหยุดยิง
โดย ธันวา สิริเมธี
“ไม่มีความสุข แต่ไม่พร้อมจะรบอีกครั้ง” ประโยคนี้ดูจะเป็นคำจัดความที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ในพม่าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า ท่ามกลาง กระแสความกดดันของรัฐบาลท่านนายกทักษิณซึ่งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ อันดีกับรัฐบาลทหารพม่าและกดดันกองกำลังชนกลุ่มน้อยตลอดชายแดน ให้เจรจาหยุดยิงหรือวางอาวุธกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เจรจาหยุดยิงไปแล้ว หลายกลุ่มกลับกำลังเผชิญปัญหาจากการเจรจาหยุดยิงที่ยังหาทางออกไม่ได้ การเจรจาหยุดยิงจึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหากองกำลัง ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า แต่อาจเป็นการเริ่มต้นปัญหาใหม่ซึ่งซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
![]() |
| ทหาร KIA ในไลซา |
“ไม่มีความสุข แต่ไม่พร้อมจะรบอีกครั้ง” ประโยคนี้ดูจะเป็นคำจัดความที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ในพม่าส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า ท่ามกลาง กระแสความกดดันของรัฐบาลท่านนายกทักษิณซึ่งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ อันดีกับรัฐบาลทหารพม่าและกดดันกองกำลังชนกลุ่มน้อยตลอดชายแดน ให้เจรจาหยุดยิงหรือวางอาวุธกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เจรจาหยุดยิงไปแล้ว หลายกลุ่มกลับกำลังเผชิญปัญหาจากการเจรจาหยุดยิงที่ยังหาทางออกไม่ได้ การเจรจาหยุดยิงจึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหากองกำลัง ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า แต่อาจเป็นการเริ่มต้นปัญหาใหม่ซึ่งซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
เปิดใจนายพลโบเมียะหลังการเจรจาหยุดยิง
นักข่าวมิซซิมา สัมภาษณ์นายพลโบเมียะ รองประธาน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เค เอ็น ยู) ถึงนโยบายในอนาคตของเค เอ็น ยู และผลการหารือเพื่อตกลงหยุดยิงกับ รัฐบาลทหารพม่า
การสัมภาษณ์มีขึ้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยมีผู้นำอาวุโสคนอื่นๆของเค เอ็นยู ร่วมอยู่ในวงสนทนาด้วย ได้แก่ ปะโด เดวิด ทอ ผู้นำกรรมการฝ่าย กิจการต่างประเทศของเค เอ็น ยู และ ปะโด กวยทู ประธานเขตมะริด-ทวาย ซึ่งทั้งสองได้ร่วมเจรจาสันติภาพกับ รัฐบาลทหารพม่าในครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้เช่นกัน
การสัมภาษณ์มีขึ้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยมีผู้นำอาวุโสคนอื่นๆของเค เอ็นยู ร่วมอยู่ในวงสนทนาด้วย ได้แก่ ปะโด เดวิด ทอ ผู้นำกรรมการฝ่าย กิจการต่างประเทศของเค เอ็น ยู และ ปะโด กวยทู ประธานเขตมะริด-ทวาย ซึ่งทั้งสองได้ร่วมเจรจาสันติภาพกับ รัฐบาลทหารพม่าในครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้เช่นกัน
กากวยเยคืออะไร?
ท่านที่เคยอ่านบทความเกี่ยวกับประวัติการต่อสู้ระหว่างรัฐบาล ทหารพม่ากับกองกำลังฝ่ายต่อต้านกลุ่มต่างๆในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย และขบวนการค้ายาเสพติดในยุคสงครามเย็น คงจะคุ้นกับคำว่า กากวยเย ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า กากวยเยนี้คืออะไรกันแน่
การประชุมสมัชชาแห่งชาติ เหล้าเก่าในขวดใหม่
นับตั้งแต่รัฐบาลทหารประกาศว่าจะมีการจัดประชุมสมัชชา แห่งชาติครั้งใหม่ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 นี้ ทั่วโลก ก็เฝ้าจับตามองความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพม่าด้วยความหวัง มาโดยตลอด แต่ทว่า หลังจากพลโทเทียน เส่ง ประธาน การประชุมสมัชชาแห่งชาติ ประกาศในหนังสือพิมพ์ นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาว่า การประชุมครั้งนี้จะยึดวัตถุประสงค์การประชุมเดิมทั้ง 6 ข้อ รวมถึงแนวทางการประชุมต่าง ๆ เหมือนเมื่อครั้งการประชุมเมื่อปี 2539 ความหวังที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในพม่าก็ดูเหมือน จะริบรี่ลงทุกที เพราะหากการประชุมยังยึดหลักการเดิม ซึ่ง ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ การประชุมครั้งนี้ก็คงจะ เข้าทำนองสำนวนไทย “เหล้าเก่าในขวดใหม่” คือ สถานที่และ กาลเวลาใหม่ แต่เนื้อหาเก่าเหมือนเดิม
โบกมือลาหน่วยข่าวกรองพม่า ล้างบางสายใยอำนาจขิ่น ยุ้นต์
โดย ธันวา สิริเมธี
อาจกล่าวได้ว่า การเปลี่ยนตัวนายกพม่าคนใหม่แทนพลเอกขิ่น ยุ้นต์ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามด้วยคำสั่งยกเลิกหน่วยข่าวกรองซึ่งเคยอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพลเอกท่านนี้มาตลอดเวลา 20 ปี นับเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย เพราะหน่วยข่าวกรองภายใต้การนำของพลเอกขิ่น ยุ้นต์ ไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่หน่วยงานเล็ก ๆ หน่วยงานหนึ่ง แต่มีทั้งอำนาจ ยศ ตำแหน่งสูงเทียบเท่ากับหนึ่งเหล่าทัพ จนเรียกได้ว่า ประเทศพม่ามี 4 เหล่าทัพ คือ ทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และทัพข่าวกรอง การปลดพลเอกขิ่น ยุ้นต์พร้อมกับยกเลิกหน่วยข่าวกรองที่เขาเป็นผู้วางรากฐานมาตลอดเวลา 20 ปีจึงเรียกได้ว่าเป็นการล้างบางสายใยอำนาจของพลเอกขิ่น ยุ้นต์ชนิดถอนรากถอนโคนกันเลยทีเดียว
อาจกล่าวได้ว่า การเปลี่ยนตัวนายกพม่าคนใหม่แทนพลเอกขิ่น ยุ้นต์ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามด้วยคำสั่งยกเลิกหน่วยข่าวกรองซึ่งเคยอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพลเอกท่านนี้มาตลอดเวลา 20 ปี นับเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย เพราะหน่วยข่าวกรองภายใต้การนำของพลเอกขิ่น ยุ้นต์ ไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่หน่วยงานเล็ก ๆ หน่วยงานหนึ่ง แต่มีทั้งอำนาจ ยศ ตำแหน่งสูงเทียบเท่ากับหนึ่งเหล่าทัพ จนเรียกได้ว่า ประเทศพม่ามี 4 เหล่าทัพ คือ ทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และทัพข่าวกรอง การปลดพลเอกขิ่น ยุ้นต์พร้อมกับยกเลิกหน่วยข่าวกรองที่เขาเป็นผู้วางรากฐานมาตลอดเวลา 20 ปีจึงเรียกได้ว่าเป็นการล้างบางสายใยอำนาจของพลเอกขิ่น ยุ้นต์ชนิดถอนรากถอนโคนกันเลยทีเดียว
กวีคีตการ “ออง ซาน ซูจี: หกสิบปีแห่งตะวันหลังก้อนเมฆ
ณ ภัทร
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานฉลองครบรอบวันเกิด 60 ปี ของนางอองซาน ซูจี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีของการอยู่ร่วมกันของคนไทยและพม่าในมิติอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเมืองระหว่างรัฐ อันเป็นเจตนารมณ์ของนางอองซาน ซูจี ที่ส่งสารวอนผ่านมาสู่สังคมไทย ให้เข้าใจสถานการณ์และชะตากรรมของผู้อพยพจากประเทศพม่า ลบล้างอคติทางชาติพันธุ์และร่วมกันสร้างความเข้าใจใหม่ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานฉลองครบรอบวันเกิด 60 ปี ของนางอองซาน ซูจี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีของการอยู่ร่วมกันของคนไทยและพม่าในมิติอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเมืองระหว่างรัฐ อันเป็นเจตนารมณ์ของนางอองซาน ซูจี ที่ส่งสารวอนผ่านมาสู่สังคมไทย ให้เข้าใจสถานการณ์และชะตากรรมของผู้อพยพจากประเทศพม่า ลบล้างอคติทางชาติพันธุ์และร่วมกันสร้างความเข้าใจใหม่ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










