แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 25 (16 ส.ค. - 30 ก.ย. 48 ) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 25 (16 ส.ค. - 30 ก.ย. 48 ) แสดงบทความทั้งหมด

วัฒนธรรมการเคี้ยวหมาก เอกลักษณ์ของชาวพม่า

www.le- betel.com
เมื่อไม่นานมานี้ บรรดาสหายชนเผ่าจากพม่ามาเยี่ยมเยือนผู้เขียนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หนึ่งในนั้นเป็นสหายชาวพม่าแท้วัยยี่สิบต้นๆ ผู้ปฏิเสธผลไม้ที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะรับแขกอย่างไม่มีเยื่อใย แต่กลับหันไปหยิบถุงพลาสติกใสใบเล็กที่บรรจุหมากประมาณ 4-5 คำออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับโปรยยิ้มปากแดงเพื่อเป็นการยืนยันว่าของขบเคี้ยวที่เขาโปรดปรานคืออะไร

ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจที่เห็นเพื่อนวัยเดียวกันมีอาการ “ติดหมาก” คล้ายกับคนรุ่นคุณตาคุณยาย บ่ายวันนั้น ผู้เขียนจึงชวนสหายจากพม่าคุยเรื่องวัฒนธรรม “การเคี้ยวหมาก” หรือที่ในภาษาพม่าเรียกว่า กวินหย่า และพบว่าวัฒนธรรมการเคี้ยวหมากของคนพม่ามีเรื่องราวสนุก ๆ ให้เรียนรู้มากมาย

ชาวพม่าเชื้อสายอินเดีย : ความเป็นอื่นที่ถูกลืม

โดย เสมา ณ ท่าวัง

ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองที่ดำเนินมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษในสหภาพพม่า คนทั่วโลกอาจรู้จักการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของนางอองซานซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี และการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ยังมีกลุ่มชนที่ต้องการสิทธิและเสรีภาพไม่แตกต่างจากชนชาติพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่นกัน ทว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครหยิบยกปัญหาของคนกลุ่มนี้มาพูดถึงอย่างจริงจัง เพราะพวกเขามักถูกมองว่าเป็น “คนอื่น” ในขบวนการต่อสู้เหล่านี้อยู่เสมอ พวกเขาคือชาวพม่าเชื้อสายอินเดีย กลุ่มประชากรที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษทิ้งไว้ให้พร้อมกับปัญหาเรื้อรังมากมายในพม่า

ตามรอยขบวนการค้าสัตว์ป่าในพม่า?*

เรื่อง/ภาพ มินท์ซอว์ **

ปลายปี พ.ศ. 2548 ณ ชายแดนรัฐฉาน ประเทศพม่ากับรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ผู้นำหมู่บ้านคนหนึ่งกำลังถูกตั้งคำถามจากคนต่างถิ่น “ในป่าใกล้หมู่บ้านของคุณยังมีสัตว์ป่าเยอะไหม” เขานิ่งคิดก่อนจะตอบว่า“ผมคิดว่าพวกคุณที่อยู่ในเมืองน่าจะมีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่ามากกว่าพวกเรานะ เพราะพวกคุณยังมีสวนสัตว์ แต่ป่าของพวกเราว่างเปล่า”

สัมภาษณ์ : นิธิเอียว ศรีวงศ์ วิพากษณ์อคติต่อเพื่อนบ้านในประวัติศาสตร์ไทย

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร สำนวนนี้อาจไม่ตรงกับเรื่องราวเกี่ยวกับชาติพม่าที่ปรากฏในตำราประวัติศาสตร์ไทย เพราะชาติพม่าได้ถูกสร้างภาพให้เป็น ศัตรูของชาติไทยในตำราเรียนประวัติศาสตร์ที่สอนกันในห้องเรียนมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่าง ลาว เขมร และมาเลเซียก็ถูกสร้างภาพในเชิงดูถูกมากกว่ายกย่อง ภาพลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ผลพวงจากอคติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรากับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันอย่างไร คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการประวัติศาสตร์และคอลัมน์นิสต์ผู้สร้างสรรค์บทความวิพากษ์สังคมไทยที่เผ็ดร้อนมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้

เล่าสู่กันฟัง : ชีวิตในกรอบสี่เหลี่ยม

บางครั้งในความฝันของฉัน ฉันเคยฝันว่าฉันได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของตน บ้านเกิดที่มีแต่ความร่มรื่น ความสงบสุข กลิ่นไอของธรรมชาติ ความเขียวขจีของป่าไม้ เสียงร้องของนกนับพันชนิด เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นของผู้คนมากมาย คราบน้ำตาแห่งความปีติยินดี ในขณะนั้น ฉันเต็มไปด้วยความสุขความเป็นอิสระของชีวิต ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ที่ไม่อาจเป็นจริง เพราะอะไรนะเหรอ .. ก็เพราะว่าทุกครั้งที่ฉันตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก็ยังเห็นว่าตัวเองยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ที่ๆ มีผู้คนนับหมื่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัดในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ ซึ่งพวกเราทุกคนในนี้ก็นับวันตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่ประตูรั้วจะเปิดอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้ชีวิตอย่างอิสระ เหมือนดั่งที่พวกเราเคยหวังไว้มานานแสนนาน

ฝันเล็ก ๆ ในโลกใบใหญ่ของหน่อแอ้

“ตอนแรกที่เดินทางมาทำงานเมืองไทย ฉันเคยมีความฝันแค่อยากเก็บเงินส่งไปให้พ่อแม่เหมือนคนทั่วไปเพราะลำพังครอบครัวตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว แต่หลังจากมีคนเปิดโอกาสให้ฉันได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเอง ทำให้ฉันมีโอกาสทำงานที่ดีกว่าแรงงานอพยพทั่วไป ตอนนี้ฉันมีเงินส่งกลับไปให้พ่อแม่ดังที่ตั้งใจ แล้วก็เริ่มมีความฝันอยากคืนกลับสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่ขาดโอกาสบ้าง”