แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 24 (1 ก.ค.- 15 ส.ค. 48) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 24 (1 ก.ค.- 15 ส.ค. 48) แสดงบทความทั้งหมด

หยุดคิดสักนิดก่อนเที่ยวพม่า แง่คิดจากอองซาน ซูจี

อาจกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่รัฐบาลทหารมีนโยบายเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว พรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยในพม่า หรือ พรรคเอ็นแอลดี ได้ลุกขึ้นมารณรงค์ต่อต้านเรื่องนี้อย่างชัดเจน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่อยากเข้าไปชื่นชมความงามในพม่าเกิดคำถามค้างคาใจมากมาย เพราะยังไม่เข้าใจว่า การท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยในพม่าอย่างไร ?

เพื่อไขข้อข้องใจนี้ สาละวินโพสต์จึงนำบทสัมภาษณ์อองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี ให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ซึ่งเผยแพร่ อยู่บนเว็บไซต์ www.ibiblio.org/freeburma/boycott/tourism/tourism.html มาให้ท่านได้อ่าน

แม้ว่าเวลาในบทสัมภาษณ์นี้จะล่วงเลยผ่านมานานถึง 10 ปี แต่สาละวินโพสต์ เห็นว่าเนื้อหายังคงสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงนำมาถอดความจาก ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยเพื่อให้ผู้อ่านสาละวินโพสต์ได้นำมาไตร่ตรองก่อนตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวพม่า

แบกเป้เที่ยวเมืองพม่า ความงดวามหลังม่านน้ำตา

โดย ธันวา สิริเมธี

ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย หมอกสีขาวค่อยๆ ลอยเข้ามาขโมยพระธาตุอินทร์แขวนสีทองเรืองรองไปจากสายตาทีละน้อย เมื่อสายฝนหยุดพักผ่อน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่รัฐมอญจึงค่อย ๆ กลับคืนสู่สายตาอีกครั้ง เรานั่งมองความงามของก้อนหินมหัศจรรย์ที่ตั้งหมิ่นเหม่บนหน้าผานิ่งนานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนก้มลงกราบลาเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวชมความงามของดินแดนพม่าต่อไป

ระหว่างเดินลงเขา เรามีลูกหาบตัวจิ๋ว 3 คนช่วยแบกเป้เดินทางอันหนักอึ้ง เด็กชายทั้งสามอายุเพียง 11 ปี คนหนึ่งออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม 3 เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย อีกสองคนเรียนอยู่ชั้นประถม 3 และประถม 6 แม้ว่าทั้งสองจะอายุเท่ากัน แต่เรียนต่างชั้นเพราะคนหนึ่งต้องออกจากโรงเรียนไปช่วยพ่อแม่เก็บเงินชั่วคราว เมื่อพร้อมจึงกลับมาเรียนต่อ ส่วนอีกคนหนึ่งโชคดีกว่าที่พ่อแม่ของพวกเขาเก็บเงินได้ทันทุกปี ส่วนหนึ่งของเงินนั้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาด้วยเช่นกัน

รำลึก 17 ปี เหตุการณ์ 8888 บาดแผลในความทรงจำ

โดย ธันวา สิริเมธี

“เราต้องการประชาธิปไตย ไม่ต้องการรัฐบาลเผด็จการ”

นั่นเป็นเสียงตะโกนบนถนนใจกลางกรุงย่างกุ้งเมื่อ 17 ปี ก่อน ที่เตียนหน่าย อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งบอกเล่าให้ผู้เข้าร่วมรำลึก 17 ปีเหตุการณ์วันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) ณ สถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับรู้

วันนั้น บนถนนกลางกรุงย่างกุ้งแน่นขนัดไปด้วยประชาชน ทุกเพศทุกวัยที่มาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารของนายพลเนวิน ซึ่งปกครองประเทศจนตกต่ำในทุกด้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 บนศีรษะของผู้ร่วมขบวนเกือบทุกคนจะโพกผ้าสีแดงมีลายนกยูงสีทอง สัญลักษณ์ของการเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย บางคนถือภาพนายพลอองซาน บิดาของนางอองซานซูจี ซึ่งนำเอกราชจากอังกฤษมาสู่ประเทศพม่าแต่ต้องถูกลอบสังหารด้วยกลุ่มคนที่หลงอำนาจในชาติเดียวกัน

ฝันที่ไม่เคยเปลี่ยนของเชอร์รี่ แสง อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งชาวคะฉิ่น

บนเส้นทางจากดอยสูงดินแดนเหนือสุดของประเทศพม่ามุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย หญิงสาวชาวคะฉิ่นวัย 21 ปี กำลังนั่งอยู่บนหลังม้า ท่ามกลางขบวนคาราวานทหารชายหญิงคะฉิ่นร่วม 250 คน ในใจนึกฝันถึงการเดินทางมาแสวงหาความรู้จากเมืองไทยเพื่อกลับไปพัฒนาบ้านเกิดเฉกเช่นหนุ่มสาวที่ร่วมขบวนมาด้วยกัน ทว่า หลังจากรอนแรมมานานนับเดือน สิ่งที่รอเธอ ณ จุดหมายปลายทาง กลับไม่ใช่การศึกษาเล่าเรียน หากเป็นตำแหน่ง “สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งกองทัพคะฉิ่น” ซึ่งเธอปฏิเสธไม่ได้