แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แรงงานข้ามชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แรงงานข้ามชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วิทยุไทใหญ่ กับชีวิตที่พลิกผันของหนุ่มจากเมืองจ๊อกเม

โดย หมอกเต่หว่า

หากพูดถึงรายการวิทยุในบ้านเราแล้ว ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงภาพวัยรุ่นโทรเข้า ไปขอเพลงให้กับคนพิเศษ แต่ สำหรับ แรงงานข้ามชาติชาวไทใหญ่แล้ว สถานีวิทยุ ที่ออกอากาศในภาษาไทใหญ่นั้นคือเพื่อน คลายเหงายามที่ต้องไกลบ้าน และเปรียบ เหมือนสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างแรงงาน ข้ามชาติที่อยู่ในไทยและคนที่บ้านให้รับรู้ ข่าวคราวของกันและกันอยู่เสมอ เพราะ สถานีวิทยุที่กระจายเสียงในระบบ AM นั้น สามารถส่ งสัญญาณไปไกลถึงรัฐฉานกัน เลยทีเดียว และจากสถานีวิทยุคลื่นเล็กๆ คลื่ นแห่ งนึ่ งได้พลิกผันชีวิตของเด็กหนุ่ ม จากเมืองจ๊อกเม รัฐฉาน จากการพลัดพราก สู่ การได้กลับมาเจอกับพี่ ชายของเขา อีกครั้ง

“ต้าซิน” เฟืองชิ้นเล็กของธุรกิจร้อยล้าน

โดย องค์ บรรจุน

ต้าซินไม่ได้เป็นแรงงานต่างด้าวขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่หลายคนวาดภาพล่วงหน้าตามคำโปรยหัวของหนังสือพิมพ์หัวสีและแฟนคลับประวัติศาสตร์คลั่งชาติ ต้าซินเป็นคนผิวขาวเหลือง รูปร่างสัดทัด หน้าตาจัดว่าหล่อ มีเสน่ห์ รสนิยมในการแต่งตัวไม่เป็นรองใคร ทางบ้านของเขาประกอบอาชีพค้าขาย ฐานะปานกลาง พ่อแม่ส่งเสียให้เขาเรียนในมหาวิทยาลัย (University of Dawei) แม้จะจบเพียงชั้นปีที่ 1 เนื่องจากครอบครัวมีปัญหาการเงินในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าแรงงานต่างด้าวที่มาจากพม่าอีกหลายคนที่ผู้เขียนเคยสัมผัสพูดคุย แล้วด้วยเหตุผลอะไรทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองไทย

The Visitor : คนที่ไม่รู้จัก

โดย หมอกเต่หว่า

“ตลอดทั้งชีวิตของคุณ คุณจะไม่มีทางรู้ว่า คุณคือใคร จนกว่าคุณจะได้เห็นโลกจากสายตาของคนอื่น”

ความสำเร็จของฉันที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แปลจากเรื่อง My Success :  THE ARAKAN PROJECT
จากหนังสือชื่อ Burma woman’ voice for peaces

ฉันชื่อลีล่า(Leila) อายุ 46 เป็นชาวมุสลิมโรฮิงยาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองมงดอว์ รัฐอาระกัน ประเทศพม่า สามีคนแรกของฉันเป็นคนโรฮิงยา แต่เขาเสียชีวิตที่ค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ หลังจากที่แต่งงานกันได้แค่ 5 ปี สามีคนที่สองเป็นคนบังกลาเทศ และฉันก็เป็นภรรยาคนที่สองของเขาเช่นกัน แต่แต่งงานได้แค่ 4 ปี ฉันก็หย่ากับเขา ฉันมีลูกทั้งหมด 5 คน ลูกสาวสองคนแรกเกิดกับสามีชาวโรฮิงยา และลูก อีกสามคนเกิดกับสามีคนที่สอง เป็นผู้ชายสองและหญิงหนึ่ง ตอนนี้ลูกสาวสองคนของฉันได้แต่งงานกับคน บังกลาเทศไปแล้ว ในขณะที่ลูกชายคนโตยังไม่ได้แต่งงานและตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่โรงงานเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ในกรุงธากา ลูกสาวคนหนึ่งของฉันไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ ส่วนลูกชายคนเล็กที่อยู่กับฉัน ตอนนี้อายุ 16 ปี กำลัง หาเงินเลี้ยงตัวเองด้วยการเข็นรถลาก ส่วนฉันทำงานเป็นแม่บ้านรับจ้างทำความสะอาด

ลูกค้าสูงวัยในร้านอินเทอร์เน็ตพม่า

โดย โม๋หอม

ทุกวันนี้การแลกที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์กับเพื่อนใหม่กลายเป็นเรื่องที่ “เอ๊าท์”(out-of-date) หรือล้าสมัยไป เสียแล้ว ยุคนี้มันต้องอีเมล์แอดเดรส เฟซบุ๊ค ไฮไฟว์ หรือ ทวิตเตอร์ถึงจะดูดี โดยเฉพาะในกลุ่ม “คนวัยทีน”(teen) ซึ่ง บางคนรู้จักกันผ่านเกมส์ออนไลน์โดยที่ไม่เคยเจอตัวจริงด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ต หรืออีกชื่อหนึ่งเก๋ๆ ว่า “อินเทอร์เน็ตคาเฟ่” ที่ผุดขึ้นมาทั่วทุกมุมถนนในเมืองโดยเฉพาะย่านสถาบันการศึกษา จึงสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากคนรุ่นใหม่เหล่านี้

เรื่องเล่าหลังเคาน์เตอร์ ของอดีตพนักงานแบงก์ในย่างกุ้ง

โดย หม่องเล
แปล กองบรรณาธิการ

ผมชื่อหม่องเล ปัจจุบันผมลี้ภัยมาอยู่สหรัฐ อเมริกาได้ประมาณสองปีแล้ว ทุกๆ วันผมจะออกไป ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งตอนเที่ยงวัน และจะกลับถึงบ้านอีกครั้ง ประมาณตีสองครึ่ง ช่วงสายๆ ก่อนไปทำงานคือเวลาที่ผมว่าง ซึ่งนอกจาก จะทำกับข้าวเพื่อไปกินเวลาพักงานแล้ว ก็จะเป็นเวลาที่ใครต่อใครจะโทร มาหาผมเพื่อขอความช่วยเหลือ ช่วยเป็นล่ามให้กับเพื่อนๆ ชนเผ่า ที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ และยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้บ้าง แต่ที่บ่อยไม่แพ้กันคือการติดต่อประสานงานเรื่องส่งเงินไปให้ญาติพี่น้องที่อยู่ในพม่า  ทำให้ผมนึกถึงชีวิตในย่างกุ้งสมัยที่ยังทำงานเป็นพนักงานแบงก์

“โรดทอ” ชีวิตหนึ่งที่เมืองไทยหลายชีวิตในพม่า

โดย องค์ บรรจุน

ผมเจอโรดทอที่สนามบินมิงกาลาดง (Mingaladon) ประเทศพม่าเมื่อเดือนก่อน เขาและเพื่อนที่ผมรู้จักก่อนหน้านี้นุ่งโสร่งแดงลายตารางของมอญพร้อมคนขับรถตู้ รอรับเราตามที่นัดกันไว้เมื่อก่อนออกจากเมืองไทยการไปพม่าของผมครั้งนี้เพื่อท่องเที่ยว เรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่องราวสู่กันฟัง และอีกหลายอย่าง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะกล่าวถึงในตอนนี้

สถานการณ์แรงงานในรอบ 8 ปี

2546-- คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอเรื่องการ อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและสามารถทำงานได้ต่ออีก 1 ปี  รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าได้ลงนามในข้อตกลงเรื่องการพิสูจน์สัญชาติที่จะทำให้แรงงานข้ามชาติจากพม่าเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย แต่ กระบวนการดังกล่าวต้องยุติลงกลางคัน เนื่องจากรัฐบาลพม่าต้องการ ให้มีการพิสูจน์สัญชาติต้องดำเนินการในเขตพม่าเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ ชะงักงันมาจนถึงปี 2551 จนในที่สุดรัฐบาลไทยยินยอมทำตาม ข้อเรียกร้องของรัฐบาลพม่า

“รุบมะนี” สาวกอระข่าพลัดถิ่นบนแผ่นดินพม่า

โดย องค์ บรรจุน

คนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้คงรักแผ่นดินถิ่นเกิดด้วยกันทั้งนั้น แม้จะรู้ดีว่าตนเองแตกต่างจากผู้คนเชื้อสายหลักและผู้ปกครองของประเทศนั้นก็ตาม หากจะมีคนที่เกิดบน แผ่นดินนั้นแล้วยังคงรักในเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของบรรพชนซึ่ง เป็นคนส่วนน้อยก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในกรณีของ รุบมะน เธอมีบรรพชนเป็นชาวกอระข่า ประชากรหลักของ ประเทศเนปาล แม้เธอจะยังคงใช้ภาษาเนปาลีและใช้ชีวิตในวัฒนธรรมแบบเนปาล แต่เธอก็ไม่รู้จักเนปาล เหตุเพราะ ตระกูลของเธออพยพเข้ามาอยู่พม่าตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ด้วย รูปลักษณ์ภายนอกและวัฒนธรรมเฉพาะของชาวกอระข่า ทำให้ทุกคนเรียกเธอว่า ‘แขก’ ประกอบกับรูปแบบการปกครอง โดยรัฐบาลทหารพม่าที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิต อย่างปกติสุขได้  ทำให้รุบมะนีไม่เคยรู้สึกว่าเธอเป็นคนพม่า ที่สำคัญเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่นั่น  ในขณะเดียวกัน รุบมะนีก็ไม่ได้คิดว่าเธอเป็นคนไทย แต่ถ้าเป็นไปได้ เธอก็จะเลือกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตลอดไป

Dirty Pretty Things - ลบเหลี่ยมเลว


โดย หมอกเต่หว่า
ในโลกนี้คงไม่มีใครปรารถนาชีวิตที่ไร้สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่หลายคนก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงชะตาชีวิตเหล่านี้ได้ พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด

“จิ่งคำ” เรารอดแล้วต้องช่วยคนอื่นต่อ

โดย องค์ บรรจุน

คนไทยใหญ่หลายคนที่ได้ยินการพูดคุยของเราอยู่ตรงนั้นพูด เป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพราะ การมีบัตรประชาชนพม่า นอกจากจะทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บช้ำที่ต้องถือ บัตรประชาชนพม่าอยู่บนแผ่นดินรัฐฉานของเขาเองแล้ว การมีบัตร ประชาชนยังทำให้รัฐบาลพม่า “ฮู่ปี่ ฮู่น้อง ฮู่เจ้อ ฮู่เคอ” ไม่สามารถทำ กิจกรรมเพื่อพี่น้องไทยใหญ่ได้อีกต่อไป แม้แต่การเข้ามาทำงานในเมือง ไทยก็จะต้องถูกตรวจสอบและติดตาม รวมทั้งญาติพี่น้องเพื่อนบ้านก็ พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

พิสูจน์สัญชาติ ทางออกหรือทางตันของแรงงานจากพม่า

โดย หมอกเต่หว่า

ด้วยสาเหตุปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้รัฐบาลเผด็จการ และปัญหาเรื่องปากท้อง ส่งผลให้ประชาชนในพม่าจำนวนมหาศาลผันตัวเองกลายเป็นแรงงานอพยพ และประชาชนชั้นล่างสุดในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะไทยที่มีแรงงานข้ามชาติ จากพม่าทั้งผิดและถูกกฎหมายเกือบ 2 - 3 ล้านคน หรือแรงงานข้ามชาติจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ มาจากพม่า

อะไรคือมาตรวัดชาวพุทธที่ดี

แปลจากบทความเรื่อง By what criteria are we Buddhist ?
 โดย สนิทสุดา เอกชัย คอลัมน์ Commentary
น.ส.พ.บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 หน้า 11
www.nelshael.com 

มีคนเคยกล่าวถึงความจริงข้อหนึ่งของการดำรงอยู่บน แผ่นดินแห่งความเสมอภาคผืนนี้ว่า ยิ่งคุณยากจนมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอันแสน ยืดเยื้อและราคาแพงน้อยลงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคุณเป็น แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ยากจนด้วยแล้ว คุณแทบจะไม่มี โอกาสดำเนินคดีความตามกระบวนการยุติธรรมได้เลย โดยเฉพาะ หากอาชญากรเหล่านั้นมีอิทธิพลและมีเส้นสาย

สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่ “มาซู” ต้องเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน

มิตรภาพบนความเสี่ยง

โดย วิน นาย

โตโต้ เป็นชื่อแมวของนางโป โปและนาย ทุน ผัวเมียแรงงานชาวพม่า  ปัจจุบันโต โต้อายุได้ 2 ปี อยู่ในวัยกำลังซน  และคอยทำตัวเป็นเหมือนนาฬิกาปลุกประจำบ้าน  คอยปลุกเจ้านายขึ้นมาเล่นกับมัน โดยเฉพาะเวลาหลังเที่ยงคืนซึ่งเจ้านายไม่ค่อยมีอารมณ์จะเล่นกับมันนัก  ตอนแรก ๆ เจ้านายของมันหงุดหงิดพอสมควรเวลามันเล่นซนไม่รู้เวล่ำเวลา  แต่ตอนหลังก็เริ่มปรับตัวได้และคิดเสียว่าเป็นการออกอำลังกายและกิจกรรมสันทนาการประจำวัน

คอนเสิร์ตรวมใจต้านภัยสังคม

โดย อานไตย ไคข่ายฟ้า

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 47 ที่ผ่านมา สถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่และองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ร่วมกันจัดงาน “คอนเสิร์ตชนเผ่ารวมใจต้านภัยสังคม” บริเวณลานจอดรถหน้า สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้ชนเผ่าต่างๆ ได้เข้าใจถึงปัญหาภัยสังคมรวมทั้ง รู้จักหาวิธีป้องกัน

ในงานนี้ผู้จัดได้รวบรวมศิลปินนักร้องนักแสดงจากชนเผ่า ต่างๆ มากกว่า 100 คน จากชนเผ่า7 ชนเผ่า ประกอบด้วย ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง ลาหู่ ม้ง เมี่ยน(เย้า) ลีซู และอาข่า

จากรัฐคะฉิ่นสู่ถิ่นเชียงดาว : การรื้อฟื้นวัฒนธรรมชาวคะฉิ่นในเมืองไทย

โดย สุจิรา ปานจนะ



บนเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง จุดหมายปลายทางของคน ส่วนใหญ่คือการได้ไปสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอยสูง ชื่นชม กับดอกไม้สีสันสวยงามที่ผลิบานรับฤดูหนาว ณ ดอยอ่างขาง แต่จะมีใครสังเกตบ้างไหมว่า เส้นทางเมืองงาย-เมืองนะที่แยกจาก ถนนสายหลักก่อนจะถึงดอยอ่างข่างนั้นมีหมู่บ้านของชาวคะฉิ่น (หรือกะฉิ่น)ตั้งอยู่ ซึ่งคนไทยน้อยคนนักจะรู้จักเรื่องราวของ พวกเขา

ชีวิต ความหวัง และความใฝ่ฝันของผู้ต้องขัง (1)

มนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนหรือแผ่นดินใดก็ตาม เมื่อลืมตาดูโลกและเติบโตขึ้นมา ต่างคนก็ต่างคงต้องมีความใฝ่ฝันของตัวเองและอยากให้ความฝันใฝ่ของตัวเองนั้นเป็นจริง แต่จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสสานฝันนั้น ๆ จนสำเร็จ และเป็นจริง ผมคนหนึ่งที่โชคร้ายและไม่มีโอกาสเช่นเพื่อน ๆ ของผมอีกหลายคนเพราะพวกเขาเกิดมาท่ามกลางหมอกควันแห่งสงคราม การแย่งชิงอำนาจ ผืนแผ่นดิน และการกีดกันทางเชื้อชาติ

ชีวิต ความหวัง และความใฝ่ฝันของผู้ต้องขัง (2)

โดย สีฟ้า

เมื่อสมัยที่ผมยังอยู่ในประเทศพม่า ผมมีชื่อว่า ซอหล่อยมู ผมเป็นคนเชื้อชาติกะเหรี่ยง(กลุ่มสะกอ) ซอ หมายถึง นาย หล่อย หมายถึง สี มู หมายถึง ฟ้า ดังนั้น “สีฟ้า” คือความหมายของชื่อผม ผมเกิดที่เมืองหล่อยก่อ ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของชนชาติกะยาคือกะเหรี่ยงแดงนั่นเอง ผมเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2501 จากครอบครัวคริสเตียนและเป็นคนที่ 4 จากพี่น้อง 6 คน ถึงจะไม่ร่ำรวยแต่ระดับชีวิตปานกลางของครอบครัวของผมพออยู่พอกินและมีความอบอุ่น คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้รักเสียงเพลง ดังนั้น ในบ้านมีเครื่องดนตรีหลายชนิดและพี่ชายคนโตได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มนักร้องประจำของคริสจักร ในเมืองที่เราอยู่ ผมถูกบังคับให้ฝึกร้องเพลงฝรั่งตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบและได้ขึ้นบนเวทีท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งสมัยนั้นไม่เคยมีเด็ก ๆ คนไหนกล้าเหมือนผมเลย เพราะฉะนั้นได้ฉายาว่า Tha Tha(om; om;)แปลว่าลูกชาย พออายุได้ 10 ขวบ คุณแม่ก็สอนกีตาร์ให้ผมขั้นพื้นฐานแค่เล่นเพลงง่าย ๆ ได้

ฤาความเมตตาจะมีเส้นพรมแดน

โดย ธันวา สิริเมธี

อาจกล่าวได้ว่าข่าวการทารุณกรรมแรงงานต่างด้าวชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่าบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเช้าวันที่ 29 เมษายน 2548 เป็นข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนที่ได้รับรู้เป็นอย่างมาก และก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อสังคมไทยเช่นกันว่า เพราะเหตุใดนายจ้างไทยจึงใช้ความรุนแรงต่อแรงงานต่างด้าวราวกับคนไร้หัวใจ การกระทำดังกล่าวเกิดจากความโหดร้ายโดยนิสัยส่วนตัว หรือเป็นความโหดร้ายที่มีปัจจัยอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะปัจจัยเรื่อง “สัญชาติ” หรือ “เส้นพรมแดน” ที่คอยสกัดกั้นความเมตตาของเราไม่ให้ก้าวข้ามไป หากเป็นเช่นนั้นจริง เราควรจะทำอย่างไรที่จะกำจัดความรุนแรงดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป

ชีวิตในมุมมืด ของชายขายบริการไทยใหญ่

โดย กีรติกานต์

แสงไฟหลากสีกระพริบพร่างพรายอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่แออัดยัดเยียดไปด้วยนักเที่ยวยามราตรีที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังเวทีเตี้ย ๆ ที่สร้างขึ้นอยู่กลางห้องอย่างใจจดใจจ่อ ร่างที่แทบจะเปลือยเปล่าของชายหนุ่มรูปร่างกำยำ 3-4 คน ในชุดบิกินีตัวเล็กบางจิ๋วที่แทบจะปิดของสงวนไว้ไม่มิด กำลังเต้นยักย้ายส่ายสะโพกไปมาราวกับกำลังยั่วเย้าอารมณ์ของเหล่าท่านผู้ชมให้หลงอยู่ในความกำหนัด ณ บางมุมมืดของห้องเล็ก สายตาที่เปล่งประกายจากชายหนุ่มหน้าตาดีหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่แขกเหยื่อเหล่านั้นด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง ทั้ง ๆ ที่เขาเหล่านั้นทุกคนล้วนแล้วแต่เป็น”ผู้ชาย” ด้วยกันทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความกระอักกระอ่วนหรือขวยเขินให้เกิดขึ้นกับชายหนุ่มเหล่านั้นเลย