นับตั้งแต่เจ้าน้อย (ซอหยั่นต้ะ) ได้ก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติ “หนุ่มศึกหาญ” (Noom Serk Harn - NSH) ที่รัฐฉานใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เป็นต้นมา กองทัพรัฐฉานได้ล้มลุกคลุกคลานยืนหยัด-พังทลาย เปลี่ยนแปลงผู้นำไปแล้วหลายครั้ง มาถึงปีปัจจุบัน เพิ่งผ่านพ้นงานเฉลิมฉลองครบรอบ 53 ปีของการก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ไปหมาดๆ โดยกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army – SSA) และสภากอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of the Shan State - RCSS) ภายใต้การนำของพลโทเจ้ายอดศึก ได้จัดงาน “วันปฏิวัติประชาชนรัฐฉาน” (Shan State People Resistance Day) ครบรอบปีที่ 53 ณ ฐานที่มั่นดอยไตแลง ฝั่งรัฐฉาน ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2554 โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพรัฐฉานเข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น คับคั่ง อันได้แก่ ตัวแทนจากองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ (Pa-O National Liberation Organization - PNLO) ตัวแทนจากองค์กรแห่งชาติว้าและกองทัพแห่งชาติว้า (Wa National Organisation - WNO / Wa National Army - WNA) นายพลบีทู ผู้บัญชาการทหารพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party - KNPP) ตัวแทนจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Keran National Union - KNU) และตัวแทนจากแนวร่วม ปลดปล่อยแห่งรัฐปะหล่อง (Palaung State Liberation Front - PSLF) รวมถึงองค์กรที่เป็นแนวร่วมในรัฐฉาน หลายกลุ่มได้ส่งแถลงการณ์แสดงความยินดีในวันนี้เช่นกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสัมพันธ์ไทย-พม่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสัมพันธ์ไทย-พม่า แสดงบทความทั้งหมด
8 ปีความสัมพันธ์ไทย-พม่า ความขัดแย้งและผลประโยชน์
ในบรรดาประเทศสมาชิกองค์การอาเซียน ประเทศไทยมีเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่ายาวที่สุดถึง 2,401 กิโลเมตร การดำเนินนโยบายระหว่างไทยต่อพม่าจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบทางลบโดยตรง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากที่สุด
สัมภาษณ์ : นิธิเอียว ศรีวงศ์ วิพากษณ์อคติต่อเพื่อนบ้านในประวัติศาสตร์ไทย
“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” สำนวนนี้อาจไม่ตรงกับเรื่องราวเกี่ยวกับชาติพม่าที่ปรากฏในตำราประวัติศาสตร์ไทย เพราะชาติพม่าได้ถูกสร้างภาพให้เป็น “ศัตรู” ของชาติไทยในตำราเรียนประวัติศาสตร์ที่สอนกันในห้องเรียนมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่าง ลาว เขมร และมาเลเซียก็ถูกสร้างภาพในเชิง“ดูถูก”มากกว่ายกย่อง ภาพลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ผลพวงจากอคติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรากับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันอย่างไร คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการประวัติศาสตร์และคอลัมน์นิสต์ผู้สร้างสรรค์บทความวิพากษ์สังคมไทยที่เผ็ดร้อนมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้
สัมภาษณ์ : สุรพงษ์ ชัยนาม
"ถ้าเปรียบเทียบแล้ว พม่าอยู่รั้วติดกับบ้านเรา แล้วไฟไหม้บ้านพม่า แต่เราบอกว่าไม่ใช่ปัญหาของเรา อย่าไปยุ่ง ปล่อยให้มันไหม้ไปเลย แล้วคุณคิดหรือว่า ไฟไหม้บ้านของเขามอดแล้วจะไม่มาไหม้บ้านเรา คุณก็ต้องจัดการไปช่วยดับไฟนี้ ไม่ใช่ช่วยเขา แต่จริง ๆ แล้วช่วยตัวเองนี่แหละ"
สัมภาษณ์ : ถอดประสบการณ์แก้ปัญหาพม่าของอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ อัษฎา ชัยนาม
คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้ได้รับเกียรติ์จากอดีตท่านทูต อัษฏา ชัยนาม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค อดีตเอกอัครราชทูตท่านนี้เริ่มติดตามประเด็นปัญหาประเทศพม่ามางแต่เข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศใหม่ ๆ เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ขณะที่ท่านอายุเพียง 27 ปี ท่านได้รับมอบหมายให้ทำงานที่สถานทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เป็นเวลา 4 ปี ท่านจึงได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศพม่าอย่างลึกซึ้งจนสามารถเข้าใจปัญหาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นท่านยังคงติดตามประเด็นปัญหาในประเทศพม่าเรื่อยมา และเมื่อท่านต้องเดินทางไปรับตำแหน่งสำคัญในสหประชาชาติช่วง 6 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คือ ระหว่างปี พ.ศ. 2539 – 2543 ท่านจึงนำประสบการณ์ทำงานเรื่องพม่าที่สั่งสมมาตลอดชีวิตมาใช้ทำงานผลักดันนโยบายของสหประชาชาติต่อประเทศพม่า ปัจจุบัน ท่านเป็นที่ปรึกษาของสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย หรือ ฟอรั่ม-เอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในพม่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



