แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 22 (1เม.ย. - 15 .พค. 48) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 22 (1เม.ย. - 15 .พค. 48) แสดงบทความทั้งหมด

ชีวิต ความหวัง และความใฝ่ฝันของผู้ต้องขัง

โดย โพกวา

“สงครามคือการเมืองที่นองเลือด การเมืองคือสงครามที่ไม่นองเลือด” การเป็นพลเมืองของรัฐหนึ่ง ๆ บนแผ่นดิน ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดแท้แต่ว่าความรุนแรงนั้นจะมากน้อยแค่ไหน และคำกล่าวข้างต้นเป็นจริงอย่างที่สุด

โรงรับจำนำ : ทุคติอันดับที่สี่ของชาวพม่า

โดย วิรัช นิยมธรรม/ศูนย์พม่าศึกษา

ชาวพม่ากล่าวว่าสถานที่ที่ไม่เป็นมงคลต่อชีวิตและถือเป็นทางแห่งทุคติมี 3 แห่ง คือ โรงพยาบาล ศาล และสุสาน ดังนั้นหากเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆชาวพม่าจึงมักจะพยายามพึ่งพาตนเองด้วยการรักษาแบบพื้นบ้าน หากมีเรื่องคดีความก็ต้องวิ่งเต้นเพื่อไม่ให้เรื่องถึงโรงถึงศาล และสุสานคือแดนของเหล่าวิญญาณที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ปัจจุบันยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวพม่าไม่อยากเข้าไปข้องแวะเช่นกัน สถานที่นั้นคือโรงรับจำนำ ทุตข่องได้เขียนไว้ในวารสารเมียนมาธนะ ฉบับประจำเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1997 ว่าโรงรับจำนำเป็นทุคติที่ 4 ของชาวพม่าถือเป็นปรอทตัวใหม่ที่ใช้วัดความตกต่ำของชีวิต

ผู้ลี้ภัยกับโรคเท้าช้าง ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นจากการสร้างเขื่่อนสาละวิน

โดย หมอวิทย์

นางเอชา(ชื่อสมมุติ) เป็นแรงงานชาวไทยใหญ่ ไปโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการไข้และขาซ้ายบวมมาสามวันแล้ว เธอพยายามรักษาด้วยตนเองแต่อาการกลับหนักมากขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่องานกวาดถนนในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นงานประจำของเธอ เธอขอลาหยุดงาน 1 วันเพื่อไปพบแพทย์ แม้ว่าเธอจะอพยพจากบ้านเกิดที่เมืองนายทางภาคกลางของรัฐฉาน ประเทศพม่ามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่แพทย์ก็ยังสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าเธออาจจะป่วยเป็นโรคมาลาเรียมากกว่าโรคอื่นๆ เพราะเป็นโรคที่ระบาดในประเทศพม่า แพทย์ได้ขอเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อมาลาเรียแต่ผลการตรวจไม่พบเชื้อดังกล่าวแต่อย่างใด

ฤาความเมตตาจะมีเส้นพรมแดน

โดย ธันวา สิริเมธี

อาจกล่าวได้ว่าข่าวการทารุณกรรมแรงงานต่างด้าวชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่าบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเช้าวันที่ 29 เมษายน 2548 เป็นข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจของคนที่ได้รับรู้เป็นอย่างมาก และก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อสังคมไทยเช่นกันว่า เพราะเหตุใดนายจ้างไทยจึงใช้ความรุนแรงต่อแรงงานต่างด้าวราวกับคนไร้หัวใจ การกระทำดังกล่าวเกิดจากความโหดร้ายโดยนิสัยส่วนตัว หรือเป็นความโหดร้ายที่มีปัจจัยอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะปัจจัยเรื่อง “สัญชาติ” หรือ “เส้นพรมแดน” ที่คอยสกัดกั้นความเมตตาของเราไม่ให้ก้าวข้ามไป หากเป็นเช่นนั้นจริง เราควรจะทำอย่างไรที่จะกำจัดความรุนแรงดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป

เด็กกำพร้าและหมู่บ้านคนทุกข์บนดอยไตแลง

โดย ธันวา สิริเมธี


บนดอยสูงรอยต่อระหว่างรัฐฉาน ประเทศพม่ากับอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จ๋ามเฮือง(นามสมมติ) เด็กหญิงร่างผอมแกร็นวัย 8 ขวบกำลังเล่นสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเธอทำให้พ่อแม่เริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า อีกไม่นานลูกสาวคนโตจะลืมเลือนเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเรือนร่างของเธอเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาไปได้ และเติบโตเรียนหนังสืออยู่บนดอยสูงแห่งนี้โดยไม่ต้องหวาดผวาว่าทหารพม่าจะมาย่ำยีเรือนรางของเธออีกต่อไป

สัมภาษณ์ : นักเขียนเรื่องราวบนเส้นพรมแดนตะวันตก

สัมภาษณ์พิเศษที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของนักเขียนหนุ่มจากภาคใต้ที่มีชื่อว่า สุวิชานนท์ รัตนภิมล เขาเป็นนักเขียนเพียงไม่กี่คนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนบนเส้นพรมแดนตะวันตกมาตลอดเวลาหลายสิบปี บางคนอาจรู้จักเขาในฐานะผู้บุกเบิกตำนานเพลงคนรักป่าเมื่อสิบปีที่แล้ว บางคนอาจรู้จักเขาในฐานะนักเขียน เจ้าของนามปากกา คำ พอวา และหญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง และบางคนอาจเข้าใจว่าเขาเป็นชนเผ่าหนึ่งบนเส้นพรมแดนตะวันตก เนื่องจากเขาคลุกคลีกับชนเผ่าต่าง ๆ บนเส้นพรมแดนแห่งนี้มายาวนาน

ชีวิตดั่งนิยายของนักเปียโนไร้สัญชาติ

เมื่อเอ่ยถึงเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า “เปียโน” หลายคน คงนึกถึงครอบครัวของผู้มีอันจะกิน มีชีวิตสะดวกสบายกว่าคนทั่วไป ยิ่งหากบุคคลนั้นมีความสามารถในการเล่นเปียโนจนได้เป็นครูในมหาวิทยาลัยชื่อดังมายาวนานร่วมสามสิบปี รวมทั้งยังได้รับเชิญไปเปิดการแสดงในต่างประเทศหลายสิบครั้ง บุคคลท่านนี้จึงน่าจะเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนในสังคมไทยและสังคมนานาชาติมากที่สุดคนหนึ่ง ทว่า ในชีวิตจริงของผู้หญิงที่ชื่อ “อายุ นามเทพ” อาจารย์สอนเปียโนวัย 50 ปีประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ที่ท่านกำลังจะได้รู้จักต่อไปนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น