2545--หลังจากยึดอำนาจและนำประเทศเข้าสู่ระบอบเผด็จการทหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 นายพลเน วิน ผู้ปิดประตูประเทศจากโลกภายนอกจน ประเทศพม่าถูกขนานนามว่า “ฤๅษีแห่งเอเชีย” ได้จบชีวิตลงในวัย 91 ปี เขาเป็นผู้นำที่ทำให้พม่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยติดอันดับผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกต้องกลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุด นับตั้งแต่เขาปกครองประเทศ กิจการของเอกชนถูกยึดมาเป็นของรัฐ การนำเข้าส่งออกถูกควบคุมโดยรัฐทั้งหมด รวมไปถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนที่หลุดลอยไปจนถึงปัจจุบัน การบริหารที่ผิดพลาดมายาวนานกว่า 26 ปี ส่งผลให้เกิดการลุกฮือของประชาชนนำโดยนักศึกษาทำให้เขาต้องลงจากอำนาจในที่สุด แม้จะมี เสียงร่ำลือว่า เขายังคงเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังรัฐบาลทหารชุดใหม่ แต่ช่วงชีวิตก่อนวาระสุดท้าย เขาถูกจับกุมพร้อมครอบครัวในข้อหาเตรียมก่อรัฐประหารโดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวในบ้านพัก แม้จะจากโลกนี้ไปแล้ว ผลที่เกิดจากสิ่งที่ก่อไว้ก็ไม่ได้ตายไป พร้อมกับเขา แต่ยังคงดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 59 (พ.ค. - มิ.ย 53) ครบรอบ 8 ปี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 59 (พ.ค. - มิ.ย 53) ครบรอบ 8 ปี แสดงบทความทั้งหมด
ดอกไม้เหล็กใต้เงาเผด็จการ
เมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงที่มีบทบาทในพม่า บุคคลที่ คนส่วนใหญ่ นึกถึงเป็นอันดับแรกคงเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกเสียจากนางอองซาน ซูจี สัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อ สันติภาพและประชาธิปไตย แต่หากเราติดตามสถานการณ์ พม่าย้อนหลังไปแปดปีจะพบว่า นอกเหนือ จากนางอองซาน ซูจีแล้ว ยังมีชื่อของผู้หญิงคนอื่นๆ ปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆ ในฐานะบุคคลที่ทำงานเพื่อ ประชาชน ทั้งในประเด็นการเมืองและสิทธิมนุษยชน ซึ่งบ่อยครั้งที่พวกเธอได้กล่าวถึง นางอองซาน ซูจี ผู้ที่จุดประกายและเป็นแรงผลักดัน ให้เธอเหล่านั้นกล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้อง
สถานการณ์แรงงานในรอบ 8 ปี
2546-- คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอเรื่องการ อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและสามารถทำงานได้ต่ออีก 1 ปี รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าได้ลงนามในข้อตกลงเรื่องการพิสูจน์สัญชาติที่จะทำให้แรงงานข้ามชาติจากพม่าเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย แต่ กระบวนการดังกล่าวต้องยุติลงกลางคัน เนื่องจากรัฐบาลพม่าต้องการ ให้มีการพิสูจน์สัญชาติต้องดำเนินการในเขตพม่าเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ ชะงักงันมาจนถึงปี 2551 จนในที่สุดรัฐบาลไทยยินยอมทำตาม ข้อเรียกร้องของรัฐบาลพม่า
8 ปี การเมืองพม่า ก้าวหน้าหรือถอยหลัง..?
ขณะที่หลายๆ ประเทศจัดการเลือกตั้งไปแล้วหลายครั้ง หรือเปลี่ยนผู้นำไปแล้วหลายคนในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การเมืองในพม่ายังคงย่ำอยู่กับที่ ภายใต้ระบอบรัฐบาลเผด็จการทหาร ชุดตานฉ่วย หรืออาจกล่าวได้ว่า การเมืองในพม่าต้องหยุดชะงักงันนับตั้งแต่ทหารเข้ายึดอำนาจ เมื่อปี 2505 รัฐบาลทหารชุดปัจจุบันเปรียบเหมือนนายทหารรุ่นลูก ที่สืบทอดอำนาจจากผู้นำ เผด็จการคนก่อนๆ แม้จะไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากสายเลือดโดยตรง แต่แนวความคิดเผด็จการ ละโมบในอำนาจ และอุดมการณ์ชาตินิยมกลับได้รับการถ่ายทอดมายังรัฐบาลในชุดปัจจุบัน
ด้วยความเชื่อที่ว่า ทหารเป็นผู้กอบกู้เอกราชและเป็นวีรบุรุษ มีเพียงรัฐบาลทหารเท่านั้นที่จะ สามารถทำให้ประเทศนี้สงบด้วยการใช้วิธีการบังคับข่มขู่ และใช้ความรุนแรงเข้าควบคุม โดยที่ไม่ยอมรับ แนวทางรูปแบบสันติวิธี แนวทางประชาธิปไตย และการเจรจากับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปัญหาการเมือง ในพม่าและชนกลุ่มน้อย จึงทำให้การเมืองของประเทศพม่าไม่สามารถหาทางออกได้จนถึงทุกวันนี้
ด้วยความเชื่อที่ว่า ทหารเป็นผู้กอบกู้เอกราชและเป็นวีรบุรุษ มีเพียงรัฐบาลทหารเท่านั้นที่จะ สามารถทำให้ประเทศนี้สงบด้วยการใช้วิธีการบังคับข่มขู่ และใช้ความรุนแรงเข้าควบคุม โดยที่ไม่ยอมรับ แนวทางรูปแบบสันติวิธี แนวทางประชาธิปไตย และการเจรจากับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปัญหาการเมือง ในพม่าและชนกลุ่มน้อย จึงทำให้การเมืองของประเทศพม่าไม่สามารถหาทางออกได้จนถึงทุกวันนี้
สิทธิเด็กในพม่าภายใต้รัฐบาลทหาร
เด็กๆ ในหลายประเทศมีโอกาสได้จัดงาน วันเด็ก ได้รับโอกาสในการเรียนและโอกาส อื่นๆ มากมาย แต่เด็กในพม่ากลับต้องวิ่งหนี ลูกปืนและกับระเบิดเพื่อเอาชีวิตรอด สิทธิของ เด็กๆ ในประเทศนี้จึงถูกยื้อแย่งและถูก แทนที่ด้วยการกระทำที่โหดร้ายจากผู้ใหญ่ ในเครื่องแบบทหารพม่า
8 ปีความสัมพันธ์ไทย-พม่า ความขัดแย้งและผลประโยชน์
ในบรรดาประเทศสมาชิกองค์การอาเซียน ประเทศไทยมีเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่ายาวที่สุดถึง 2,401 กิโลเมตร การดำเนินนโยบายระหว่างไทยต่อพม่าจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบทางลบโดยตรง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากที่สุด
ผู้พลัดถิ่นภายในและผู้ลี้ภัยจากพม่า โศกนาฎกรรมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง
อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา โศกนาฎกรรมของผู้พลัดถิ่นภายในและ ผู้ลี้ภัยจากพม่ายังคงมีอยู่เช่นเดิม สิ่งที่แตกต่าง ออกไปมีเพียงจำนวนความถี่ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สูงมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่จำนวนผู้ลี้ภัยที่ เพิ่มมากขึ้นตามมา แม้ว่าผู้ลี้ภัยในยุคแรกๆ ที่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยส่วนหนึ่งจะได้อพยพไป อยู่ในประเทศที่สาม แต่ดูเหมือนพื้นที่ในค่าย ผู้ลี้ภัยก็ยังเต็มแน่นจนไม่สามารถรองรับผู้ลี้ภัย กลุ่มใหม่ ๆ ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นได้ ชายแดนฝั่งตรงข้ามประเทศไทยจึงเต็มไปด้วยผู้พลัดถิ่นภายในที่พร้อมจะหนีตายมายังฝั่งไทยหากถูกโจมตีอีกครั้ง จนถึงวันนี้ ผู้ลี้ภัยหลายแสนคนที่จากบ้านมานานก็ยังไม่มี โอกาสกลับคืนสู่แผ่นดินแม่ของ ตนเองแต่อย่างใด และยังไม่มีใคร ให้คำตอบได้ว่าอีกนานเท่าไหร่พวกเขาจะได้กลับไป เพราะดูเหมือน โศกนาฎกรรมจะยังคงดำเนินไป เหมือนเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
คนบันเทิงกับสถานการณ์พม่า
1.แอนเจลินา โจลี
เดือนพฤษภาคม 2545 แองเจลิน่า โจลี ดาราสาวฮอลลีวูดส์ ได้เข้าเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย บริเวณชายแดนไทย-พม่าเป็นครั้งแรก ในฐานะ ทูตสันถวไมตรีขององค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และในปี 2552 เธอได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ลี้ภัยอีกครั้ง พร้อมกับสามี แบรต พิต พระเอกแถวหน้าของ ฮอลลีวูดส์
เดือนพฤษภาคม 2545 แองเจลิน่า โจลี ดาราสาวฮอลลีวูดส์ ได้เข้าเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย บริเวณชายแดนไทย-พม่าเป็นครั้งแรก ในฐานะ ทูตสันถวไมตรีขององค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และในปี 2552 เธอได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ลี้ภัยอีกครั้ง พร้อมกับสามี แบรต พิต พระเอกแถวหน้าของ ฮอลลีวูดส์
เมกะโปรเจ็กท์ ขุมทรัพย์ของรัฐบาล ขุมนรกของประชาชน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล หรือที่ เรียกว่า เมกะโปรเจ็กท์ ได้ผุดขึ้นในพม่าหลายโครงการ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ การผลิตและส่งออกพลังงานธรรมชาติ ซึ่งในสายตารัฐบาลทหารพม่า โครงการ เหล่านี้คือแหล่งรายได้มหาศาล ที่จะสามารถเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพให้ แข็งแกร่งต่อไป แต่สำหรับประชาชนแล้ว พวกเขาอาจต้องเผชิญกับหายนะ ครั้งใหญ่ในชีวิต หรือต้องพบกับความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนค่าชดเชยใดๆ จากรัฐบาลได้เลย
8 ปีแห่งความล้มเหลว ของระบบสุขภาพในพม่า
เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศพม่าปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการ ทหาร ที่มุ่งทำนุบำรุงงานด้านกองทัพเป็นสำคัญ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนในประเทศถูกปล่อยให้อยู่กันแบบตามมีตามเกิด สาธารณูปโภคพื้นฐานและสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นต่ำที่ประชาชน ควรได้รับ ยังไม่เป็นจริงดังคำโฆษณา บทความชิ้นนี้แปลจากงานเขียน ของ Phil Thornton ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 สะท้อนมุมมองปัญหาการรักษาพยาบาลและ ปัญหาสุขภาพของคนพม่าได้อย่างชัดเจนผ่านคนไข้ในคลินิกแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก
เสียงสะท้อนจากคนอ่าน
ท่านทูตสุรพงษ์ ชัยนามแม้ข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์จะบอกเราว่า พม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มี เขตแดนติดต่อกับประเทศไทย แต่ความรู้สึกเหินห่างที่คนไทยมีต่อพม่า โดยรวม (หมายรวมถึงชนกลุ่มน้อยต่างๆ เบ็ดเสร็จ) นั้น อาจกล่าวได้ว่า เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เริ่มจากความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ไทยเป็นศัตรูกับพม่ามา ช้านาน ก่อให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงไม่ไว้วางใจต่อกัน มาจนถึงสมัยที่พม่าถูก ปกครองโดยรัฐบาลทหารที่ทำการปิดประเทศ ความเหินห่างนี้ได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น จนใน ปัจจุบันความรู้สึกที่คนไทยโดยทั่วไปมีต่อประเทศพม่าเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีความ รู้สึกผูกพันทางจิตใจเยี่ยงเพื่อนบ้านในลักษณะเดียวกับที่คนไทยมีต่อประเทศลาว หรือมาเลเซียเลย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยอพยพเข้ามาเป็นผู้ใช้ แรงงานในประเทศไทย ท่าทีที่คนไทยมีต่อพม่ากลับเป็นท่าทีที่เป็นไปในทางลบ ทั้งนี้ เพราะคนไทยไม่เคยได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของปัญหาที่แท้จริงที่ผู้อพยพเหล่านี้ได้เผชิญมาในประเทศของพวกเขา
กว่าจะเป็นสาละวินโพสต์ : 8 ปีของการเดินทาง ท่ามกลางม่านหมอก
โดย ธันวา สิริเมธี
ลืมตาดูโลก
เป็นเวลานานถึงแปดปีแล้วที่สาละวินโพสต์ได้ถือกำเนิดขึ้นบน โลกใบนี้ ผู้เขียนในฐานะบรรณาธิการตั้งแต่ฉบับที่หนึ่งจนถึงฉบับ ปัจจุบันจึงขออนุญาตเป็นผู้ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับการทำงานของพวกเราตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมา เพื่อให้คุณผู้อ่านรู้จักสาละวินโพสต์มากยิ่งขึ้น
ลืมตาดูโลก
เป็นเวลานานถึงแปดปีแล้วที่สาละวินโพสต์ได้ถือกำเนิดขึ้นบน โลกใบนี้ ผู้เขียนในฐานะบรรณาธิการตั้งแต่ฉบับที่หนึ่งจนถึงฉบับ ปัจจุบันจึงขออนุญาตเป็นผู้ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับการทำงานของพวกเราตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมา เพื่อให้คุณผู้อ่านรู้จักสาละวินโพสต์มากยิ่งขึ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





