แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 29 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 49) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 29 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 49) แสดงบทความทั้งหมด

สงครามปล้นใจ(สตรี)

ประสบการณ์จริงจากจายมาวคำ เรียบเรียงโดย โดยหนุ่ม แสงสี

หลายสิบปีที่ผ่านมา ชนชาติเผ่าพันธุ์กลุ่มต่าง ๆ ในพม่าต่อต้านทหารพม่าผู้เผด็จการที่มีมายาวนาน สงครามยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน ประชาชนคนในชาติทนทุกข์ทรมาน ถูกกดขี่ข่มเหง ทารุณกรรม ข่มขืน ใช้แรงงานฟรี เป็นปัญหาที่รุนแรงต่อสตรี เด็กและคนชรา โดยเฉพาะในรัฐฉานที่มีมาช้านาน ปัจจุบันการสู้รบยิ่งรุนแรงขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือการหนีตายของทุกชนเผ่าที่หลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทย อยู่ตามแนวชายแดน ตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อขายแรงหาเลี้ยงชีพและครอบครัวต่อไป

ผมคนหนึ่งที่เป็นชาวไทยใหญ่ เกิดที่รัฐฉานตอนกลางอยู่ในชนบท ฐานะค่อนข้างยากจน ไม่ค่อยมีความรู้ ไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ พอเติบโตขึ้นก็ต้องพบกับสงครามหนีตายลี้ภัย เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 44 เข้ามาทำงานที่เชียงใหม่ ทำงานก่อสร้างเป็นกรรมกร ช่วงเวลาทำงานก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะไม่มีบัตรทำงาน ไม่มีใบอนุญาตให้เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย ผมทำงานได้ปีกว่า บางครั้งก็ไม่ได้ค่าแรง ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 45 ผมถูกจับข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่มีใบอนุญาตทำงาน ผมอยู่ที่เรือนจำเชียงใหม่ 1 เดือน ต่อมาวันที่ 5 ก.พ. 45 ก็มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมารับตัวไปปล่อยที่ชายแดนไทย-พม่าทางด้านอำเภอเชียงดาว เขตติดต่อระหว่างบ้านหนองอุก ระเทศไทยและบ้านหลักแต่ง-โป่งป่าแขม ประเทศพม่า (ด่านกิ่วผาวอก B.1) มีเพื่อน ๆ ที่ถูกจับไปด้วยกัน 28 ชีวิต

ความคืบหน้ากรณีสิทธิก่อตั้งครอบครัว และสิทธิการศึกษาของคนไร้รัฐ

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร


บทนำ : แนะนำส่วยอุและครอบครัวสายไทย...คนเดินเรื่อง สิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนไร้สัญชาติ แห่งอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้เขียนอยากจะเล่าถึงสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของคนไร้สัญชาติเชื้อสายไทยใหญ่แห่งเวียงแหง โดยใช้ข้อเท็จจริงของครอบครัวของนางส่วยอุ สายไทย เป็นตัวเดินเรื่องในทางข้อเท็จจริง และนำข้อกฎหมายมาปรับใช้ต่อคนแต่ละคนในครอบครัวต้นแบบที่นำมาเป็นตัวเดินเรื่อง

เริ่มต้นจาก “ชิดส่วย สายไทย” ซึ่งเป็นอดีตทหารไทยใหญ่ที่หนีภัยความตายเข้ามาในประเทศไทย และ“ส่วยอิ่ง สายไทย” ซึ่งเป็นภรรยาของชิดส่วยที่หนีภัยความตายตามสามีเข้ามาในประเทศไทย พวกเขาทั้งสองเข้ามาอาศัยบนแผ่นดินอันสงบสุขของอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

วิถีชนเผ่า จากรัฐคะเรนนีในค่ายผู้ลี้ภัย

โดย ธันวา สิริเมธี


เมื่อ 11 ปีก่อน ขณะที่ผมอายุได้เพียง 10 ขวบ ฝันร้ายที่สุดก็มาเยือนชีวิตผม วันนั้นทหารพม่าบุกเข้ามาที่หมู่บ้านในรัฐคะเรนนี ขับไล่ชาวบ้านออกจากหมู่บ้าน ยึดทรัพย์สิน และเผาหมู่บ้านทิ้ง แม่ของผมวิ่งหนีเข้าไปในป่า ส่วนพ่อยอมถูกทหารพม่าควบคุมไปอยู่ที่แปลงอพยพเพราะยังเป็นห่วงผม ซึ่งกำลังเรียนหนังสือและพักกับญาติในเมือง  

หลังจากพ่อย้ายไปอยู่ที่แปลงอพยพ พ่อได้ออกไปหาอาหารประทังชีวิตพร้อมกับชาวบ้านอีกสองคน ทหารพม่าฆ่าพ่อและชาวบ้านทั้งหมดอย่างโหดร้าย ไม่มีใครได้เห็นหน้าพ่ออีกเลย มีเพียงร่างไร้วิญญาณในสภาพไม่มีศีรษะ สิ่งที่ยืนยันว่าพ่อได้จากโลกนี้ไปแล้วคือเสื้อผ้าชุดสุดท้ายที่พ่อใส่เท่านั้น

ควะจ๊ายกอเลย ไก่ต้มน้ำเต้าชาวมอญ

ใบบรรดางานเฉลิมฉลองรื่นเริงสังสรรค์ของชาวมอญ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญสงกรานต์ ขึ้นบ้านใหม่หรืองานแต่งงาน หัวใจสำคัญของงานอย่างหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้และเรียกได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของงานคืออาหารเลี้ยงแขก และ "ควะจายกอเลย" หรือ "ไก่ต้มน้ำเต้า" ก็มักจะเป็นหนึ่งในรายการอาหารเมื่อมีงานสำคัญอยู่เสมอ

สัมภาษณ์ : ถอดประสบการณ์แก้ปัญหาพม่าของอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ อัษฎา ชัยนาม

คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้ได้รับเกียรติ์จากอดีตท่านทูต อัษฏา ชัยนาม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค อดีตเอกอัครราชทูตท่านนี้เริ่มติดตามประเด็นปัญหาประเทศพม่ามางแต่เข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศใหม่ ๆ  เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ขณะที่ท่านอายุเพียง 27 ปี ท่านได้รับมอบหมายให้ทำงานที่สถานทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เป็นเวลา 4 ปี ท่านจึงได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศพม่าอย่างลึกซึ้งจนสามารถเข้าใจปัญหาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นท่านยังคงติดตามประเด็นปัญหาในประเทศพม่าเรื่อยมา และเมื่อท่านต้องเดินทางไปรับตำแหน่งสำคัญในสหประชาชาติช่วง 6 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คือ ระหว่างปี พ.ศ. 2539 – 2543 ท่านจึงนำประสบการณ์ทำงานเรื่องพม่าที่สั่งสมมาตลอดชีวิตมาใช้ทำงานผลักดันนโยบายของสหประชาชาติต่อประเทศพม่า  ปัจจุบัน ท่านเป็นที่ปรึกษาของสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย หรือ ฟอรั่ม-เอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในพม่า