แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้ามฝั่งสาละวิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้ามฝั่งสาละวิน แสดงบทความทั้งหมด

“ต้าซิน” เฟืองชิ้นเล็กของธุรกิจร้อยล้าน

โดย องค์ บรรจุน

ต้าซินไม่ได้เป็นแรงงานต่างด้าวขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่หลายคนวาดภาพล่วงหน้าตามคำโปรยหัวของหนังสือพิมพ์หัวสีและแฟนคลับประวัติศาสตร์คลั่งชาติ ต้าซินเป็นคนผิวขาวเหลือง รูปร่างสัดทัด หน้าตาจัดว่าหล่อ มีเสน่ห์ รสนิยมในการแต่งตัวไม่เป็นรองใคร ทางบ้านของเขาประกอบอาชีพค้าขาย ฐานะปานกลาง พ่อแม่ส่งเสียให้เขาเรียนในมหาวิทยาลัย (University of Dawei) แม้จะจบเพียงชั้นปีที่ 1 เนื่องจากครอบครัวมีปัญหาการเงินในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าแรงงานต่างด้าวที่มาจากพม่าอีกหลายคนที่ผู้เขียนเคยสัมผัสพูดคุย แล้วด้วยเหตุผลอะไรทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองไทย

“โรดทอ” ชีวิตหนึ่งที่เมืองไทยหลายชีวิตในพม่า

โดย องค์ บรรจุน

ผมเจอโรดทอที่สนามบินมิงกาลาดง (Mingaladon) ประเทศพม่าเมื่อเดือนก่อน เขาและเพื่อนที่ผมรู้จักก่อนหน้านี้นุ่งโสร่งแดงลายตารางของมอญพร้อมคนขับรถตู้ รอรับเราตามที่นัดกันไว้เมื่อก่อนออกจากเมืองไทยการไปพม่าของผมครั้งนี้เพื่อท่องเที่ยว เรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่องราวสู่กันฟัง และอีกหลายอย่าง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะกล่าวถึงในตอนนี้

“รุบมะนี” สาวกอระข่าพลัดถิ่นบนแผ่นดินพม่า

โดย องค์ บรรจุน

คนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้คงรักแผ่นดินถิ่นเกิดด้วยกันทั้งนั้น แม้จะรู้ดีว่าตนเองแตกต่างจากผู้คนเชื้อสายหลักและผู้ปกครองของประเทศนั้นก็ตาม หากจะมีคนที่เกิดบน แผ่นดินนั้นแล้วยังคงรักในเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของบรรพชนซึ่ง เป็นคนส่วนน้อยก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในกรณีของ รุบมะน เธอมีบรรพชนเป็นชาวกอระข่า ประชากรหลักของ ประเทศเนปาล แม้เธอจะยังคงใช้ภาษาเนปาลีและใช้ชีวิตในวัฒนธรรมแบบเนปาล แต่เธอก็ไม่รู้จักเนปาล เหตุเพราะ ตระกูลของเธออพยพเข้ามาอยู่พม่าตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ด้วย รูปลักษณ์ภายนอกและวัฒนธรรมเฉพาะของชาวกอระข่า ทำให้ทุกคนเรียกเธอว่า ‘แขก’ ประกอบกับรูปแบบการปกครอง โดยรัฐบาลทหารพม่าที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิต อย่างปกติสุขได้  ทำให้รุบมะนีไม่เคยรู้สึกว่าเธอเป็นคนพม่า ที่สำคัญเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่นั่น  ในขณะเดียวกัน รุบมะนีก็ไม่ได้คิดว่าเธอเป็นคนไทย แต่ถ้าเป็นไปได้ เธอก็จะเลือกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตลอดไป

“จิ่งคำ” เรารอดแล้วต้องช่วยคนอื่นต่อ

โดย องค์ บรรจุน

คนไทยใหญ่หลายคนที่ได้ยินการพูดคุยของเราอยู่ตรงนั้นพูด เป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพราะ การมีบัตรประชาชนพม่า นอกจากจะทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บช้ำที่ต้องถือ บัตรประชาชนพม่าอยู่บนแผ่นดินรัฐฉานของเขาเองแล้ว การมีบัตร ประชาชนยังทำให้รัฐบาลพม่า “ฮู่ปี่ ฮู่น้อง ฮู่เจ้อ ฮู่เคอ” ไม่สามารถทำ กิจกรรมเพื่อพี่น้องไทยใหญ่ได้อีกต่อไป แม้แต่การเข้ามาทำงานในเมือง ไทยก็จะต้องถูกตรวจสอบและติดตาม รวมทั้งญาติพี่น้องเพื่อนบ้านก็ พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย