แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อมูล แสดงบทความทั้งหมด

Ceasefire กับ Surrender ต่างกันอย่างไร

การวางอาวุธ Surrender กับ การเจรจาหยุดยิง Ceasefire ต่างกันคือ การวางอาวุธหมายถึง การมอบอาวุธทั้งหมดให้รัฐบาลทหารพม่าโดยไม่มีเงื่อนไข หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ยอมแพ้”

ส่วนการเจรจาหยุดยิง หมายถึง ชนกลุ่มน้อยยังคงครอบครองอาวุธอยู่เช่นเดิม แต่จะไม่ทำการสู้รบกับกองทัพของรัฐบาล โดยสามารถถือปืนในบางพื้นที่ที่เจรจาหยุดยิง รวมทั้งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาล หรือเรียกง่ายๆ ว่า “การพักรบ”

IDPs กับ Refugee ต่างกันอย่างไร?

IDPs ย่อมาจาก Internally Displaced Persons หรือ ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ หมายถึง ประชาชนซึ่งถูกบังคับให้โยกย้ายถิ่นฐานของตนเองไปอยู่บนพื้นที่อื่นภายในประเทศเดียวกัน

ส่วน Refugee หรือ ผู้ลี้ภัย หมายถึง ประชาชนซึ่งหลบหนีภัยสงครามจากประเทศบ้านเกิดไปอยู่ประเทศอื่น ทั้งสองคำเป็นคำที่ใช้โดยทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะประเทศพม่า

ถั่วเน่าคืออะไร

ถั่วเน่า เป็นเครื่องปรุงอาหารซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยใหญ่ เช่นเดียวกับปลาร้าของชาวอีสาน ชื่อเรียกถั่วเน่ามาจากขั้นตอนการทำซึ่งมีการหมักถั่วเหลืองรวมอยู่ด้วย

วิธีการทำถั่วเน่า ขั้นแรกให้นำถั่วเหลืองหรือที่ชาวไทยใหญ่เรียกว่าถั่วหัวช้าง มาต้มจนสุกแล้วกรองน้ำออก จากนั้นนำถั่วเน่าที่ยังอุ่น ๆ อยู่ไปใส่ในถุงผ้า แล้วตากแดดประมาณสองวัน ซึ่งเป็นขั้นตอนการหมัก พอถั่วเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ก็ให้นำออกจากถุงมาทำเป็นถั่วเน่าแบต่าง ๆ

กากวยเยคืออะไร?

ท่านที่เคยอ่านบทความเกี่ยวกับประวัติการต่อสู้ระหว่างรัฐบาล ทหารพม่ากับกองกำลังฝ่ายต่อต้านกลุ่มต่างๆในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย และขบวนการค้ายาเสพติดในยุคสงครามเย็น คงจะคุ้นกับคำว่า กากวยเย ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า กากวยเยนี้คืออะไรกันแน่

Repatriation กับ Resettlementต่างกันอย่างไร

ท่านที่ติดตามอ่านข่าวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ประเทศพม่า โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย คงคุ้นเคย ศัพท์สองคำนี้อยู่บ้าง ในภาษาไทยความหมายของคำว่า “Repatriation” คือการส่งกลับ (ผู้ลี้ภัย) ส่วนคำว่า “resettlement” หมายถึง การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม

ชาวพม่าใช้คำนำชื่อหรือเรียกชื่อกันอย่างไร?

โดย ตะวันกับปั้นดาว

ถ้าใครเคยอ่านข่าวเกี่ยวกับประเทศพม่าอยู่บ่อย ๆ  เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมคนพม่าจึงมักมีชื่อขึ้นต้นว่า “ หม่อง” “อู” “โก ” “มะ” “ด่อ” ฯลฯ เช่น  “หม่องเอ” “ ด่ออองซาน ซูจี” “อูวินอ่อง” “ มะติ่นวิน”  ฯลฯ  จริง ๆ แล้วคำเหล่านี้ บางครั้งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อคน ๆ นั้น แต่เป็นคำนำหน้าเพื่อบ่งบอกวัยหรือสถานภาพทางสังคมของบุคคลนั้น  เหมือนกับคำว่า “เด็กชาย” “นาย”  “นาง”  “นางสาว”  หรือ คำว่า พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ฯลฯ ของคนไทย  คำถามคาใจฉบับนี้ค้นหาคำอธิบายมาให้คุณได้เข้าใจถึงความหมายของคำต่าง ๆ และเลือกใช้คำเรียกได้ถูกต้องหากมีโอกาสได้พบเพื่อนชาวพม่า

บทความพิเศษ ความเชื่อผิดๆ เก้าประการเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยไทยใหญ่

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยไทยใหญ่บริเวณชายแดนด้านอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ก่อให้เกิดคำถามในแวดวงคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงไม่มีค่ายผู้ลี้ภัยให้ชาวไทยใหญ่เช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยงหรือคะยาห์ เนื่องจากชาวไทยใหญ่หนีภัยการสู้รบมาเช่นเดียวกัน

10 เหตุผลทำไมต้องยุ่งเกี่ยวกับประเทศพม่า

1. เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อำนาจของผู้กดขี่ไม่มีใครสามารถยับยั้งได้ หญิงสาวถูกข่มขืน เด็กๆ ถูกขับไล่ออกจาก บ้าน พ่อแม่ถูกสังหาร การศึกษามีจำกัด ผู้คนที่อยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวกลับเป็นคนผิด การจับคนตามอำเภอใจโดยไร้เหตุผลและการบังคับให้โยกย้ายถิ่นฐานเป็นเครื่องมืออีกรูปแบบหนึ่งของรัฐบาลเผด็จการ คุณค่าของความเป็นมนุษย์นั้นอยู่เหนือขอบเขตของการเมือง ศาสนา เศรษฐกิจ และสังคมใด ๆ และด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องยืนอยู่เคียงข้างประชาชนชาวพม่า

free - fire zone หมายความว่าอย่างไร

free - fire zone หรือ เขตยิงเสรี เป็นคำที่ใช้อยู่ในประเทศพม่า หมายถึง พื้นที่ซึ่งทหารพม่ากำหนดให้เป็นเขตอันตราย หากพบใครเข้าไปเดินอยู่ในบริเวณนี้ สามารถยิงได้ทันที 

พม่า:ภูมิศาสตร์และการปกครอง

ประเทศพม่ามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 676,552 ตารางกิโลเมตร สภาพทางภูมิศาสตร์แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่อยู่ใจกลางของประเทศมีลักษณะ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีตอนล่าง แม่น้ำสะโตง และแม่น้ำชินวิน และส่วนที่ล้อมรอบประเทศด้านชายแดนตะวันตก ตะวันออก แลละภาคเหนือ มีลักษณะเป็นเมือกเขาสูงกินอาณาเขตประมาณ 2 ใน 3 ของเนื้อที่ทั้งประเทศ 

ประชากรในประเทศพม่าประกอบด้วยชนชาติต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 100 ชนชาติ ชนชาติที่มีประชากรมากที่สุดคือ ชาวพม่า(ประมาณร้อยละ 68)อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบริมแม่น้ำใจกลางประเทศ รองลงมาคือ ชาวไทยใหญ่(Shan) กะเหรี่ยง(Karen) มอญ (Mon) ยะไข่(Rakine) ชิน (Chin) ว้า (Wa) และอีกกว่าหนึ่งร้อยกลุ่มชาติพันธุ์

ข้ามพรมแดนตะวันตก -พม่าภายใต้การปกครองของอังกฤษ

การเข้ามาของอังกฤษในพม่าแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงคือ ปีค.ศ.๑๘๒๖ ค.ศ.๑๘๕๒ และ ค.ศ.๑๘๘๖ หลังจากนั้นอังกฤษได้จัดการผนวกส่วนต่าง ๆ ของพม่าไว้เป็นมณฑลหนึ่งของอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดของนโยบายปกครองอาณานิคมและส่งผลกระทบต่อประเทศพม่าในเวลาต่อมาอย่างมาก เนื่องจากระยะที่อังกฤษเข้าปกครองอินเดียงและพม่า อังกฤษได้ใช้แผ่นดินพม่าเป็นยุ้งฉางในการหล่อเลี้ยงข้าวให้กับอาณานิคมอินเดียซึ่งมีประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อังกฤษดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในกากรผลิตข้าวจำนวนมากขึ้น ด้วยการปรับปรุงดินแดนพม่าตอนล่างให้กลายเป็นแหล่งผลิตข้าวขึ้นมา เนื่องจากแผ่นดินพม่าตอนล่างแต่เดิมมีปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุนทำให้เพาะปลูกไม่เต็มที่ อังกฤษจึงขุดคลองเพื่อเชื่อมแม่น้ำสายใหญ่ จนกระทั่งสามารถบุกเบิกที่นาแปลงใหม่ในดินแดนพม่าตอนล่างทำให้ผู้คนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น จนภายในระยะเวลาไม่กี่สิบปีต่อมา พม่าได้กลายเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในช่วงนี้อังกฤษได้กระตุ้นแรงงานต่างชาติคือ อินเดียและจีนเข้ามาในพม่าด้วยเช่นกัน ทำให้บริเวณพม่าตอนล่างกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยชนชาติต่าง ๆ