แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 58 (มี.ค. - เม.ย 53) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 58 (มี.ค. - เม.ย 53) แสดงบทความทั้งหมด

ขนมกระทะสไตล์พม่า






ย่ำราตรีที่ย่างกุ้ง

โดย ฮานอย

“คืนนี้เราจะไปท่องราตรีกัน” เสียงของเพื่อนร่วมเดินทางบอกถึงโปรแกรมลำดับสุดท้ายของวันที่สามในการท่องเที่ยวพม่า ก็พอจะทำให้คนฟังกระเด้งจากเตียงลืมความอ่อนเพลียจากการแพ้อาหาร ไปได้ฉับพลัน อันที่จริงแล้วด้วยนิสัยส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบไปในสถานที่อึกทึกครึกโครมแวดล้อม ด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา แต่เพราะด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าบ้านเมืองนี้แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน จะมีรูปแบบเหมือนหรือต่างกับบ้านเราอย่างไร สิ้นเสียงคำบอกกล่าวจึงตอบกลับไปว่า “ที่ไหนดีล่ะ”  เห็นทีว่าคงจะมีเรื่องไว้เล่าถึงชีวิตการแบกเป้ในประเทศพม่าอีกหนึ่งเรื่องเป็นแน่

คาถาหลวงพ่อแขนดำ

โดย นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

ดูภาพถ่ายและจิตรกรรมโบราณบันทึกภาพคน “เงี้ยว” หรือ คน“ไทยใหญ่” สักขาสักแขน จนดำมืดมาก็มาก ขึ้นดอยไตแลงไปทำงานกับทหารไทยใหญ่ก็หลายครั้ง แต่ยัง เหนียมๆ ว่าเราเป็นผู้หญิงอยู่บ้างเหมือนกัน ดังนั้น จะไปขอถลกผ้าดูแขนขาของหนุ่มทหาร คนไหนๆ มันคงไม่งาม ทั้งที่อยากรู้อยากเห็นของจริงนักว่า “ลายสัก” มันเรียงตัวเป็นพืดยังไง จึงทำให้ท่อนแขน หรือกระทั่งแข้งขาหนุ่มไทยใหญ่ดำ ดำ ดำ เหมือนนุ่งกางเกงรัดรูป ฟิตเปรี้ยะทันสมัยถึงอย่างนั้น ทำได้ก็แต่แอบลอบมองลายสักบนแขน บนข้อมือของหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่บนดอยไตแลง พยายามอ่านตัวอักษรโบราณยึกยัก รูปตัวสิงห์ ตัวสัตว์ต่างๆ ที่มอง ไม่ค่อยออกหรอกว่าเป็นตัวอะไร แต่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนก็คือ รอยสักไม่ค่อยมีในทหารไทยใหญ่ อายุน้อยๆ เพราะถึงบัดนี้ชายหญิงไทยใหญ่รุ่นใหม่ไม่มีใครเขาสักเนื้อตัวกันอีกแล้ว

แม่หลวงของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงแถวหน้าของคนชายขอบ

โดย  ฐิรติ  วสุนธรา

หน้าจอทีวีในช่วงค่ำของวันที่ 8 มีนาคม 2553  กิจกรรมวันสตรีสากล จัดเป็นประเด็นเด่นประจำวัน โดยเฉพาะการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ ผู้หญิงจากทั่วประเทศที่ทำความดีในด้านต่างๆ ทว่า ณ แผ่นดินรัฐกะเหรี่ยง  และรัฐมอญ ยังมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งอาสาเสี่ยงชีวิตเสียสละตัวเองเพื่อปกป้อง ชุมชน ทั้งที่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับทหารพม่าที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุด ในขณะที่ผู้ชายหลายคนกลับปฏิเสธและวิ่งหนี

โรงเรียน OPC บ้านน้อยของเด็กหลังเขา

โดย หมอกเต่หว่า
ทิวทัศน์ภูเขาสูงสลับเรียงซ้อนตัวสวยงามตระการตา ของเมืองสามหมอกและ 1,864 โค้งที่รอให้หลายคน ไปพิชิต บวกกับวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติของผู้คนใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ใครหลายคนอยาก ไปเยือน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังภูเขาเหล่านั้นยังมี โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านอันแสนอบอุ่น ที่หยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กตัวน้อยๆ ไร้ที่พึ่ง ไร้หนทางและความหวัง ที่แห่งนี้ยังเป็นเป็นโรงเพาะเมล็ดต้นกล้านั่นก็คือเด็กๆ ให้เติบโต เป็นคนดีมีคุณภาพในอนาคต

“รุบมะนี” สาวกอระข่าพลัดถิ่นบนแผ่นดินพม่า

โดย องค์ บรรจุน

คนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้คงรักแผ่นดินถิ่นเกิดด้วยกันทั้งนั้น แม้จะรู้ดีว่าตนเองแตกต่างจากผู้คนเชื้อสายหลักและผู้ปกครองของประเทศนั้นก็ตาม หากจะมีคนที่เกิดบน แผ่นดินนั้นแล้วยังคงรักในเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของบรรพชนซึ่ง เป็นคนส่วนน้อยก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในกรณีของ รุบมะน เธอมีบรรพชนเป็นชาวกอระข่า ประชากรหลักของ ประเทศเนปาล แม้เธอจะยังคงใช้ภาษาเนปาลีและใช้ชีวิตในวัฒนธรรมแบบเนปาล แต่เธอก็ไม่รู้จักเนปาล เหตุเพราะ ตระกูลของเธออพยพเข้ามาอยู่พม่าตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ด้วย รูปลักษณ์ภายนอกและวัฒนธรรมเฉพาะของชาวกอระข่า ทำให้ทุกคนเรียกเธอว่า ‘แขก’ ประกอบกับรูปแบบการปกครอง โดยรัฐบาลทหารพม่าที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิต อย่างปกติสุขได้  ทำให้รุบมะนีไม่เคยรู้สึกว่าเธอเป็นคนพม่า ที่สำคัญเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่นั่น  ในขณะเดียวกัน รุบมะนีก็ไม่ได้คิดว่าเธอเป็นคนไทย แต่ถ้าเป็นไปได้ เธอก็จะเลือกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตลอดไป
โดย โม๋หอม

มกราคม 2553 ประเทศพม่า
การปะทะคารมระหว่างนางเอกและแม่สามีกันอย่างดุเดือดในหนังพม่าบนรถทัวร์ปรับอากาศสายตองจี-ย่างกุ้งเบี่ยงเบนความสนใจจากถนนลูกรังเลียบเขาที่เต็มไปด้วยโค้งหักศอกน่าหวาดเสียวได้บ้างเป็นระยะๆ ขณะเดียวกัน เราก็อดทึ่งไม่ได้ที่คนขับ สามารถควบคุมรถบัสคันใหญ่คับถนนฝ่าความมืดมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งเคี้ยวหมากตุ้ยๆ อย่างสบาย อารมณ์

"ประชาธิปไตยจัดฉาก" หนังน่าดูกำกับโดยรัฐบาลพม่า


โดย หมอกเต่หว่า
ภาพ Mizzima
หากการเมืองพม่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งโดยมีประชาชนเป็นตัวละคร ผู้กำกับและคนเขียนบทก็คงหนีไม่พ้นนายพลตานฉ่วยและคณะรัฐบาลทหาร ที่สามารถจัดฉากและเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวละคร และเรื่องราวตามใจชอบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการออกกฎหมายเลือกตั้งที่ผ่านมา นอกจากจะไม่ให้ความยุติธรรมแก่พรรคการเมืองที่เลือกข้างประชาธิปไตยแล้ว ยังกีดกันนักโทษการเมืองชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย ดังนั้น การเลือกตั้งที่รัฐบาลพม่าเตรียมจัดขึ้นจึงเป็นแค่ฉากหนึ่งในหนังพม่าที่มีชื่อเรื่องว่า “ประชาธิปไตยจัดฉาก” โดยมีนานาชาติเป็นผู้ชมเท่านั้นเอง

วันที่แสงสว่างกลับมาอีกครั้ง


เขียนโดย : มูมู (อินลยาะ)
แปลโดย : Numripan

สามวันแล้วที่ไฟฟ้าดับ ผู้คนที่นี่เริ่มซึมเซาและสิ้นหวัง แม้ปัจจุบันนี้วิทยาศาสตร์จะก้าวไกลไปมากแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่ไฟฟ้าดับเหมือน ย้อนอดีตไปในสมัยที่โลกเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ไม่มีผิด นาฬิกาเพิ่งบอกเวลาหนึ่งทุ่ม แต่บนท้องถนนในเวลานี้กลับไร้ผู้คนไม่มีเสียงดนตรีเหมือนที่เคย กลุ่มเด็กๆ ที่มักวิ่งเล่นบนถนนก็เหลือแต่ความว่างเปล่า ร้านเหล้าขาวตรงปากซอยที่เคยมีลูกค้าหนาแน่นตอนนี้เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ข่าวสารจากเสียงตามสายก็ไม่ได้ยินมาหลายวันล้ว ทุกสิ่งรอบๆ ตัวช่างเงียบเหงาและตกอยู่ในความมืดใต้ท้องฟ้าที่ไร้แสงจันทร์